ฮือฮา! Tesla เปิดตัว Roadster รถยนต์ไฟฟ้าบินระยะสั้น-หมุนกลางอากาศได้
Tesla เปิดตัว Roadster โฉมใหม่ ผสานเทคโนโลยี SpaceX โชว์ขับกลับหัว-กระโดดหมุนกลางอากาศ พร้อมอวดอัตราเร่ง 0-97 กม./ชม. ไม่ถึง 1 วินาที เปิดจองแล้ว เตรียมผลิตปี 2028
เรียกเสียงฮือฮาในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังเทสลาเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าโฉมใหม่ "Roadster" พร้อมระบบขับดันลักษณะคล้ายจรวด และระบุว่าจะเริ่มผลิตรถรุ่นนี้ในปี 2028 หรือมากกว่า 10 ปีหลังบริษัทเผยโฉมต้นแบบ Roadster เจเนอเรชันใหม่เป็นครั้งแรก
รถสปอร์ตไฟฟ้าสีขาวแบบ 2 ที่นั่งรุ่นนี้พัฒนาร่วมกับสเปซ เอ็กซ์ บริษัทด้านอวกาศของอีลอน มัสก์ ระหว่างการสาธิต Roadster สามารถขับขึ้นทางลาดและสามารถอยู่ในลักษณะ กลับหัว ได้ด้วยระบบสร้างแรงดูด ก่อนหมุนตัวกลางอากาศและกลับลงสู่พื้นโดยใช้ระบบขับดันที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถ
ต่อมาในการเปิดตัว รถยังใช้ระบบขับดันเพื่อ กระโดดข้ามรถบรรทุกและรถคันอื่น ๆ พร้อมหมุนตัวกลางอากาศระหว่างการเคลื่อนที่
การทำงานร่วมกันระหว่างเทสลากับสเปซ เอ็กซ์ ทำให้ผู้ติดตามบางส่วนมองว่า อาจเป็นอีกสัญญาณที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสองบริษัทใหญ่ภายใต้การควบคุมของมัสก์ หลังเขาเคยพูดถึงส่วนที่ทั้งสองบริษัทสามารถทำงานร่วมกันได้
จีน มันสเตอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของดีปวอเตอร์ แอสเซต แมเนจเมนต์ ซึ่งเป็นนักลงทุนในเทสลา แสดงความคิดเห็นผ่าน X ว่า การสาธิตครั้งนี้เป็นการโชว์ความสามารถทางวิศวกรรม โดยแทบไม่มีคุณค่าทางการค้า นอกจากแสดงให้เห็นสิ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมยังทำไม่ได้
เขายังมองว่า งานเปิดตัว Roadster เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเหตุใดมัสก์จึงสนใจการนำเทสลาและสเปซ เอ็กซ์ เข้ามาใกล้กันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มัสก์เองเคยลดความสำคัญของ Roadster ต่อสถานะทางการเงินของเทสลา โดยเมื่อปี 2023 เขาเรียกรถรุ่นนี้ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย และกล่าวว่าจะไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อฐานะการเงินของบริษัท
แม้ยอดขายของ Roadster อาจไม่ได้มีน้ำหนักมากต่อธุรกิจโดยรวม แต่รถรุ่นนี้ยังมีความสำคัญในเชิงภาพลักษณ์เซธ โกลด์สไตน์ นักวิเคราะห์ของมอร์นิงสตาร์ ระบุว่า ปัจจุบันเทสลายังไม่มีสิ่งที่วงการรถยนต์เรียกว่า "ฮาโล คาร์" (halo car) หรือรถสมรรถนะสูงระดับเรือธงที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงขีดความสามารถสูงสุดด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของผู้ผลิต
สเปกเบื้องต้น Tesla Roadster
ลาร์ส โมราวี หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ของ Tesla เปิดเผยว่า Roadster สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 97 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่มากกว่า 230 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 370 กม./ชม. อย่างไรก็ตาม มัสก์กล่าวเสริมอย่างตื่นเต้นว่า รถน่าจะทำความเร็วได้มากกว่านั้นมาก พร้อมพูดว่า Roadster จะต้องไปให้ถึงระดับครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียง
Roadster ยังสามารถวิ่งได้มากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 480 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าคำกล่าวของมัสก์เมื่อปี 2017 มากกว่าครึ่งหนึ่ง โดยครั้งนั้น Tesla เปิดตัวต้นแบบ Roadster เจเนอเรชันที่ 2 และเคยประกาศว่าจะเริ่มส่งมอบในปี 2020 แต่กำหนดดังกล่าวถูกเลื่อนออกมาเป็นเวลาหลายปี
Tesla Roadster ใช้ถังอากาศแรงดันสูงปล่อยอากาศผ่านหัวฉีดหลายจุดเพื่อสร้างแรงผลัก คล้ายระบบควบคุมทิศทางของจรวด ขณะที่พัดลมใต้ท้องรถช่วยสร้างแรงดูดให้รถเกาะพื้นได้มากกว่ารถทั่วไป ระบบทั้งสองทำให้ Roadster สามารถยกตัว กระโดด หมุนกลางอากาศ และกลับลงจอดได้
โดยพัดลมสร้างแรงดูดให้รถถูกกดเข้าหาพื้นผิว ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะในขณะเคลื่อนที่บนทางลาดกลับหัว ทั้งนี้ต้องอาศัยการออกแบบพื้นผิวและระบบควบคุมที่เหมาะสม จากนั้นจะใช้ถังอากาศแรงดันสูงและหัวฉีดหลายตำแหน่งเพื่อสร้างแรงขับและควบคุมทิศทาง การยกตัวจากพื้นจึงไม่ใช่เรื่องของมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อเพียงอย่างเดียว
ราคา
หลังการเปิดตัว หน้าเปิดจอง Roadster ของ Tesla แสดงตัวเลือกสำหรับรถหลายรูปแบบ พร้อมกำหนดเงินมัดจำแตกต่างกัน ดังนี้
- รุ่น Performance: รถสองที่นั่งสำหรับใช้งานบนถนน ติดตั้ง Active Aero และระบบสร้างแรงดูดใต้ท้องรถ อัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ต่ำกว่า 1.6 วินาที
- รุ่น Thrust: รถสองที่นั่งสำหรับสนามแข่ง เพิ่มชุดขับดันก๊าซเย็นที่ด้านหลัง อัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ต่ำกว่า 0.9 วินาที ผลิตจำนวนจำกัด
- รุ่น Rocket: รถหนึ่งที่นั่ง ติดตั้งชุดขับดันรอบตัวรถเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ในแนวตั้งและการหมุน อัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ต่ำกว่า 0.59 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 370 กม./ชม. และจำหน่ายเฉพาะผู้ได้รับเชิญ
Tesla ยังไม่เปิดเผยราคาของ Roadster ทั้งสามรุ่น แต่เปิดรับจองรุ่น Performance ด้วยเงินมัดจำ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.68 ล้านบาท ขณะที่รุ่น Thrust ต้องวางเงินมัดจำ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.38 ล้านบาท ส่วนรุ่น Rocket เปิดให้ซื้อเฉพาะผู้ได้รับเชิญ
เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงค่าจอง ไม่ใช่ราคาจำหน่ายจริง ส่วนราคาเริ่มต้น 200,000 ดอลลาร์สหรัฐที่เคยประกาศในปี 2017 ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะนำมาใช้กับรถรุ่นใหม่นี้
ขณะที่เว็บไซต์ Tesla ประเทศไทย เปิดรับจอง Roadster รุ่น Performance โดยชำระ 178,000 บาทในวันจอง และอีก 1,598,000 บาทภายใน 10 วัน รวมเงินจองทั้งหมด 1,776,000 บาท รุ่น Thrust อีก 10 วัน จ่าย 8,695,000 บาทรวมค่าจอง 8,873,000 บาท
ที่มา: Reuters / CNN / Inside EVs