รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานฯ ออกมาแถลงข่าวหลังการประชุม โดย นายภูมิธรรม ระบุว่า ประเด็นข้อสงสัยเรื่องการคัดสรรสมาชิกวุฒิสภา ที่มีผู้มาร้องเรียน เข้ามาว่าอาจทุจริตฮั้วเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้ทางดีเอสไอ ได้ทำหนังสือถึง กกต. ว่า จะดำเนินการอย่างไร จากนั้น ทางสำนักเลขาฯ กกต.ได้ส่งหนังสือตอบกลับดีเอสไอ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนดูแล้ว ดีเอสไอ พบว่า คดีน่าจะมีมูลมีการกระทำความผิด จึงต้องสืบสวนสอบสวนให้แจ้งชัดเป็นที่ประจักษ์
แต่จากการประชุมครั้งนี้ นายภูมิธรรม บอกว่า ที่ประชุมมีความเห็นที่ค่อนข้างหลากหลาย คณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวข้องกับเรื่องความผิดอาญาเกี่ยวกับการฟอกเงิน อั้งยี่ซ่องโจร แต่ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบางส่วน ก็ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาทาง กกต.ยังไม่แจ้งชัดว่า จะดำเนินการอย่างไร อีกทั้งคณะกรรมการบางคนมีข้อกังวลว่าที่ผ่านมาเป็นการพูดคุยผ่าน สำนักเลขาไม่ใช่คณะกรรมการโดยตรง จึงต้องการส่งเรื่องนี้กลับไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองของกรมสอบสวนคดีพิเศษให้พิจารณาคดีว่า กรอบอำนาจของดีเอสไอดำเนินการคดีอะไรได้บ้าง ประมาณหนึ่งสัปดาห์
ส่วนวันที่ 5 มีนาคม คณะกรรมการคดีพิเศษจะเชิญ กกต. มาพูดคุยตกลงทำความเข้าใจร่วมกันก่อนที่จะมีการพิจารณาลงมติอีกครั้งในวันที่ 6 มีนาคม โดยวันพิจารณาก็จะเชิญ กกต. หรือ ผู้แทนที่มีอำนาจมาร่วมประชุมด้วย
นายภูมิธรรม บอกว่า ในส่วนของคดีอาญาฐานอ้างยี่ซ่องโจร มองว่า สามารถดำเนินการได้ไม่ต้องรอ กกต. แต่ก็มองว่า คดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ต้องมีความชัดเจน ซึ่งทาง ดีเอสไอ สามารถทำคดีควบคู่กันไปด้วยได้ทั้ง 2 เรื่อง
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ตอนนี้ท่าทีของ สว. พยายามทำให้เป็นเรื่องการเมือง นายภูมิธรรม ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองที่ผ่านมาพูดคุยชัดเจนกันในพรรคร่วมแล้วว่าสมาชิกของพรรคร่วมรัฐบาลคนไหนที่ส่อกระทำความผิด หรือ มีแนวโน้มข้อสงสัยว่าจะทำผิด ก็ต้องดำเนินการตามนั้น “แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็จะไม่ปกปิดความผิดใคร ทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ”
ส่วน สว. ที่ขู่ฟ้องร้อง นายภูมิธรรม บอกว่า ไม่ได้กดดันอะไร มองว่าอำนาจ การพิจารณาท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับศาล ส่วนการจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น ก็เป็นเพียงอำนาจการสืบสวนสอบสวนตามข้อเท็จจริงเท่านั้น และทุกอย่างก็ดำเนินตามกฏหมายทั้งหมด
โดย นายภูมิธรรม บอกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การพอใจหรือไม่พอใจ ตัวเองเพียงทำตามอำนาจหน้าที่โดยบอกว่า เพื่อนของตัวเองที่เป็น สว. ก็มีอยู่หลายคน
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร กับ นายเนวิน ชิดชอบ ได้นัดหมายเคลียร์ใจโดยไปรับประทานอาหารกันที่โรงแรมพูลแมน นายภูมิธรรม บอกว่า ใครจะคุยกันก็แล้วแต่ ไม่ใช่ส่วนของตัวเอง การตรวจสอบก็แยกกัน ทุกอย่างว่าไปตามกฎหมาย และมั่นใจว่าคณะกรรมการคือผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นนักกฏหมายและรับราชการระดับสูง ไม่ได้ใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินพร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง
ส่วนกรอบเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติของ สว. ที่บอกว่าต้องตรวจสอบภายในหนึ่งปีหลังจากรับตำแหน่งก็เท่ากับว่า หลังจากนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น นายภูมิธรรม บอกว่า ก็จะเร่งตรวจสอบตามขั้นตอน พร้อมยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ”เวลาทำคดีไม่ได้ดูว่าอีกกี่วันจะตายถ้าคดีชัดเจนก็ต้องทำหน้าที่ ไม่งั้นผู้ตรวจสอบก็จะโดน157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่“ (เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568)