นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติขอถอนร่างดังกล่าว โดยระบุว่า กฎหมายฉบับนี้เดิมเป็นร่างที่กระทรวงการคลังจัดทำขึ้นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย และต่อมากระทรวงการคลังได้เป็นผู้ทำหนังสือเสนอถอนร่างกลับไปยังคณะรัฐมนตรี ก่อนที่ ครม. จะมีมติเห็นชอบให้ถอน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่เสนอถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ มาจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ มีรัฐมนตรีหน้าใหม่เข้ามาร่วม ครม. ถึง 14 คน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของ ครม. ชุดปัจจุบัน จึงเหมาะสมที่จะให้ ครม. ชุดใหม่ได้มีเวลาทบทวนกฎหมายอย่างรอบด้านอีกครั้ง
อีกเหตุผลหนึ่ง คือ สังคมยังมีความไม่เข้าใจหรือความเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างกฎหมาย แม้รัฐบาลจะมีเจตนาชัดเจนในการผลักดันนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุน และสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างการท่องเที่ยวไทย แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลก ปัญหาเขตแดน และแรงกดดันทางสังคม การลดปัจจัยแห่งความขัดแย้งจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า
นายจุลพันธ์ ย้ำว่า แม้รัฐบาลยังเชื่อมั่นในแนวคิดเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่าเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่การถอนร่างในครั้งนี้เป็นไปเพื่อให้เกิดความรอบคอบและลดแรงปะทะในสังคม พร้อมระบุว่ากระบวนการนิติบัญญัติยังสามารถกลับมาได้ในอนาคต หากมีการเห็นพ้องในรายละเอียดมากพอ
ส่วนที่ผู้นำฝ่ายค้านตั้งคำถามว่า ร่างกฎหมายจะกลับมาเข้าสภาใหม่ในอนาคตหรือไม่ นายจุลพันธ์เผยว่า ตนเองไม่สามารถยืนยันได้ เพราะภารกิจที่ได้รับมอบหมายจาก ครม. มีเพียงเรื่องการขอถอนร่าง ซึ่งได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนแล้ว พร้อมระบุว่า กฎหมายลักษณะนี้ต้องใช้กระบวนการและเวลาในการพิจารณาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหากยังมีความเห็นต่างในสังคม ยิ่งอาจใช้เวลานานขึ้นเป็นเท่าตัว (เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568)