10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความพร้อมรับมือน้ำของกรุงเทพมหานคร หลังหลายจังหวัดภาคเหนือเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
คาดการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังดีกว่าปีที่แล้ว และรองรับน้ำเพิ่มได้อีก ส่วนมวลน้ำจากจังหวัดสุโขทัย ซึ่งคาดการณ์ว่า จะไหลมาในอีก 6 วันข้างหน้า หรือ 2 กันยายนนี้ ยังไม่น่ากังวล เพราะจะไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง และติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอัตราการระบายน้ำก่อนถึงกรุงเพมหานคร ที่สถานีบางไทร ซึ่งอัตราการระบายน้ำที่เฝ้าระวังอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่อัตราการระบายน้ำที่สถานีบางไทรในวันนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 989 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมย้ำว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้นั้นแตกต่าง และไม่มีอะไรเทียบเคียงสถานการณ์น้ำเมื่อปี 2554 แต่ก็ต้องไม่ประมาท
นายชัชชาติ ยอมรับว่า ที่น่ากังวลกว่าน้ำเหนือ คือปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปกติ จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะข้อมูลฝนที่ตกในภาคเหนือสูงสุดอยู่ที่ 200 มิลลิเมตร หากมาตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า เอาเรื่อง เนื่องจากท่อระบายน้ำในกรุงเเทพมหานคร รองรับน้ำฝนได้ 60 มิลลิเมตรเท่านั้น
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ได้ลงเรือดูตรวจสอบความพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตั้งแต่ปี 2554 กรุงเทพมหานคร ได้เสริมแนวคันกั้นน้ำถาวรริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สูงขึ้นตลอดแนว ส่วนในพื้นที่แนวป้องกันที่มีระดับต่ำ และแนวฟันหลอ ได้เรียงกระสอบทรายเป็นเขื่อนชั่วคราว รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 96 สถานี จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำจุด ทั้งเตรียมความพร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม
ส่วนชุมชนที่อยู่นอกคั้นกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 16 ชุมชน หรือ คิดเป็น 731 ครัวเรือน ใน 7 เขตพื้นที่ ได้สั่งการให้สำนักงานเขตแจ้งเตือนชุมชน และให้เตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง (เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567)
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
#PPTVPHOTO #PPTVHD36 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #น้ำท่วม #แม่น้ำเจ้าพระยา #ชัชชาติสิทธิพันธุ์