เก็บขยะเลี้ยงชีพ หวังการศึกษาเปลี่ยนชีวิต
.
ในโมงยามดวงอาทิตย์หล่นซอกตึก หลากชีวิตมุ่งหน้ากลับบ้าน ทำให้ท้องถนนอัดแน่นไปด้วยยวดยาน แม้แต่ซาเล้งเก็บของเก่าของน้าต่อ ชายวัย 49 ปี ที่กำลังค่อย ๆ เลื่อนล้อไปตามท้องถนนย่านอ่อนนุช พร้อมด้วยอีก 5 ชีวิต หนึ่งในนั้นมีน้องดาว อายุ 12 ปี ที่กำลังหลับพริ้มหลังกลับจากโรงเรียนหลังจากลุง ๆ ออกเก็บของเก่าอันเป็นกิจวัตร
.
6 คน ฝ่าดงรถมาถึง “บ้าน” ซึ่งเป็นห้องแถวขนาดเล็กในชุมชนอ่อนนุช 30 เต็มไปด้วยข้าวของสัพเพเหระ ลุงต่อกับพี่หลง เร่งลงมือคัดแยก มีทั้งนาฬิกา เข็มขัด ขวดน้ำหอม พี่หลง อายุ 24 ปี บอกว่า วันไหนโชคเข้าข้างก็เจอเงิน ทองรูปพรรณ โทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้บางครั้งขายต่อให้คนรู้จัก บางวันเอาไปขายตามตลาดนัด แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งของนอกเหนือจากการเก็บขวด ลัง พลาสติกที่เป็นอาชีพหลัก
.
ขณะคัดแยกของออกจากถุง ลุงต้อม อายุ 53 ปี อาสาประกอบอาหาร พร้อมบอกว่า เป็นวัตถุดิบที่ซื้อมาตุนไว้ เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ละครั้งจะทำหม้อใหญ่เก็บไว้กิน 2-3 วัน มีญาติ ๆ ที่อยู่ห้องข้าง ๆ มาร่วมวงด้วย ทำให้มื้อค่ำท้องอิ่มเอมปนรอยยิ้มอิ่มเอิบ
.
ลุงต่อ พาย้อนเวลาไปเมื่อ 50 กว่าที่แล้วว่า ตนเป็นน้องชายคนสุดท้อง ป้าตุ้ม ตอนนี้อายุ 57 ลุงต้อม เป็นพี่คนที่ 2 และคนที่ 3 ตามลำดับ ส่วนพี่สาวคนโตอยู่ชัยภูมิ พ่อแม่กระเตงลูก ๆ จากจังหวัดระยอง ตั้งแต่ป้าตุ้มอายุได้ 4-5 ขวบ ตอนนั้นลุงต่อยังอยู่ในท้องแม่ ทั้ง 2 พาครอบครัวเข้ามาหาความหวังในเมืองอมร ก่อนล้มหายตายจาก อีกไม่กี่ปีต่อมา ทำให้ 3 พี่น้องประคับประคองสายดวงใจมาตั้งแต่น้อย ๆ ไม่ได้เข้าโรงเรียน ระหกระเหินในเมืองหลวง เมื่อขาดเสาหลักจึงเก็บของเก่าขายเลี้ยงกายเพราะเป็นสิ่งที่พ่อแม่สอนมา ที่สาธารณะจึงเปรียบเสมือนบ้านของ 3 ชีวิต
.
“เพราะไม่รู้หนังสือ ทำการทำงานอย่างอื่นไม่ได้ หนังสือไม่ได้เรียนสักคน” คือคำที่ ป้าตุ้ม บอกกล่าวถึงการศึกษา เพราะทำอาชีพเก็บของเก่ามาตั้งแต่เยาว์วัย การทำอย่างอื่นนอกจากนี้จึงเป็นความจริงที่ห่างไกล “อยากให้หลาน ๆ ได้เรียน เราจะได้ถามได้รู้นั่นนี่ได้บ้าง จึงพยายามส่งให้เรียนได้ดีที่สุด เพราะหลาน ๆ คือ ความหวังของครอบครัว” “อยากมีบ้านหลังใหญ่ ๆ กว้าง ๆ เป็นแผนการที่วางไว้เพื่อเก็บของได้มาก ๆ จะได้ไม่รกจนล้นไปถึงหน้าห้อง เคยหาบ้านใหม่แล้วแต่แพง... จะย้ายไปอยู่ชานเมืองที่ค่าเช่าถูก ๆ ก็ไปไม่ได้ เพราะสิ่งที่เราหามันอยู่ในเมือง” พี่หลงเล่าถึงความฝันของการมีบ้านที่กว้างกว่าห้องเช่ารูหนูในซอยอ่อนนุช หลังจากย้ายมาจากนนทบุรีได้ 2 ปี
.
ต้นเดือนกรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ต้องโยกย้ายอีกครั้ง เจ้าของหอแจ้งว่า “ให้ออก” เนื่องจากรถซาเล้งจอดเกะกะขวางที่ทาง ทำให้ 7 ชีวิต ต้องหาที่พักพิงใหม่ โดยเป็นบ้านเช่า 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ราคาเดือนละ 2,000 บาท รวมน้ำไฟตก 3,000 บาท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เดิม ป้าตุ้มบอกว่า “ชอบบ้านหลังนี้เพราะมีที่เยอะ ไม่แออัด น้ำไม่ท่วม แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น เพราะต้องเช่าที่จอดซาเล้ง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาค่ำกินเช้า เมื่อก่อนเช่ารายเดือน แต่คันนี้ได้มาเพราะไปกู้เงินมาซื้อ เวลาใช้งานจึงสบายใจกว่า
.
การออกไปเก็บของเก่ายามค่ำคืน คือ ภารกิจหลัก 2 ทุ่ม เริ่มออกจากบ้าน ย่านธุรกิจอย่างพระโขนง สุขุมวิท ทองหล่อ นานา เอกมัย เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของครอบครัว ซึ่งมีรายได้ต่อวัน 200-400 บาท แต่สภาพอากาศในหน้าฝนเป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้ลดลง เนื่องจากเมื่อฝนตกจะออกไปหาของไม่ได้ ลังกระดาษเปียกยุ่ยร้านไม่รับซื้อ ทำให้ต้องคาดคะเนว่า วันไหนฝนตกหรือไม่ตก ถ้ามีความเสี่ยงก็หยุด นั่นเท่ากับว่า คืนไหนมีฝนไม่มีเงินเข้ากระเป๋า
.
แม้การนอนสำหรับเด็กเป็นสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต แต่ด้วยเงื่อนไขของชีวิตไม่เหมือนกัน ทำให้เด็ก ๆ ออกไปทำงานในช่วงกลางคืน “ดาว” เด็กหญิงวัย 12 ปี เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ลุงต่อ บอกว่า ปกติน้องดาวต้องอยู่ ป.4 แต่ตอนเรียนที่นนทบุรีทางโรงเรียนให้ซ้ำชั้น เด็กหญิง บอกว่า เวลาออกไปเก็บของเก่าบางครั้งก็เหนื่อย ง่วง ปวดหัว บางวันตัวร้อน อยู่บ้านสนุกกว่า แต่ต้องช่วยตายายทำงาน เพราะการออกไปเก็บของเก่าสามารถหาเงินให้ครอบครัวได้
.
คืนวันศุกร์ วันเสาร์ หรือ ปิดภาคการศึกษา เด็ก ๆ ในบ้าน ประกอบด้วย กาย อายุ 4 ขวบ ดาว และการ์ตูน อายุ 15 ปี ต้องออกตามตายายไปเก็บของ พอตกดึกเด็ก ๆ จำเป็นต้องนอนในรถจนรุ่งเช้า ส่วนน้องการ์ตูนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็ให้ช่วยขายลูกอมกับหมากฝรั่ง
.
“การศึกษา” เปรียบเหมือนสปอร์ตไลท์ส่องทางชีวิต ป้าตุ้ม บอกว่า “ต้องส่งเด็ก ๆ เรียนจบ เพื่อเป็นความหวังของครอบครัว” อย่างไรก็ตามปัญหาด้านการศึกษาของประเทศไทยฝังรากลึกมานาน เช่น การขาดแคลนทุนทรัพย์และความรู้ของผู้ปกครองบางครอบครัวยังเป็นหนามในการพัฒนาศักยภาพเด็ก โดยรายงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ระบุว่า ในปี 2567 มีเยาวชนในครอบครัวยากจนและด้อยโอกาส มีความเสี่ยงที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาถึง 1.8 ล้านคน จากนักเรียนทั้งหมด 8.9 ล้านคน การยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เพราะจะช่วยให้เยาวชนเติบโตไปสู่ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในมิติต่าง ๆ ของสังคม ก่อนจะก้าวไปสู่จุดที่เด็กมีความเสมอภาคทางการศึกษา ภาครัฐควรถือเอาเรื่องนี้เป็นประเด็นเร่งด่วน มีมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่อนาคตที่สวยงานของเด็กและประเทศในอนาคต
.
“โตขึ้นอยากเป็นคุณครู จะได้สอนให้เด็ก ๆ น่ารัก ซึ่งต้องเรียนให้จบ เรียนเก่ง ๆ ตอนนี้หนูเรียนไม่เก่ง พอเขียนชื่อได้ อ่านหนังสือได้นิดหน่อย” สิ้นเสียงตอบ เด็กหญิงตัวผอมรีบวิ่งไปเล่นกับเพื่อน ๆ ในซอย
.
หนึ่งวันก่อนเปิดเทอมเด็กหญิงเตรียมชุดนักเรียนไว้เรียบร้อย พร้อมบอกว่า อุปกรณ์การเรียนไม่พร้อม พวกดินสอ สี กบเหลาดินสอยังไม่มี ตายังไม่ซื้อให้ เมื่อเวลามาถึงน้องดาวกระโดดขึ้นรถตระเวนไปบนถนนสุขุมวิทจอดแวะริมทางเก็บขยะ ลุงต่อทิ้งท้ายว่า ตี 3 คงกลับถึงบ้านและส่งไปโรงเรียนตอน 7 โมง
.
ดวงดาวโผล่ขึ้นยอดหลังคาบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้ในดงตึก คำว่า “ชีวิตมีขึ้นมีลง” คงเป็นดั่งคำปลอบประโลมสำหรับใครบางคน แต่สำหรับเด็ก ๆ ของครอบครัวนี้ คือ การขึ้น ๆ ลง ๆ รถซาเล้งเพื่อเก็บของเก่าขาย ไม่มีใครรู้ว่าอีกนานเท่าใด เด็ก ๆ จะก้าวขึ้นสู่หนทางของ “ดาว”
.
PPTV PHOTO #ชินชมดี
.
#PPTVHD36 #PPTVPHOTO #ข่าวพีพีทีวี #การศึกษา #ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
--------------------------------------------------------
สนใจรับชมภาพเพิ่มเติม หรือสนใจสั่งซื้อภาพ และสอบถามข้อมูล