10.00 น. น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานส่งเสริมเครือข่าย-ออนไลน์ และศูนย์ข่าวต้านโกง พร้อมด้วย นายกัมปนาท วงษ์บุบผา ทนายความ ได้นำผู้ตัวแทนเสียหายจากกรณีการดำเนินการธุรกิจของบริษัทแห่งหนึ่งที่มีดารานักแสดงชื่อดังเป็นผู้บริหาร เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนให้ สคบ. ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทว่าเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนหรือไม่
.
น.ส.กฤษอนงค์ บอกว่า ทำงานในวงการการต้านโกงมา 19 ปี รูปแบบที่บริษัทนี้ดำเนินการแทบไม่แตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่เคยถูกดำเนินคดีผิด พ.ร.บ.ขายตรงไปก่อนหน้านี้เลย แต่วิธีการซับซ้อนมากขึ้น ที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ได้พาผู้เสียหายมาร้อง สคบ. เป็นร้อยๆเคส แต่สุดท้ายก็มีบริษัทลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก จึงอยากจะถามคำถึง สคบ. ว่า ออกใบอนุญาตมาได้อย่างไร การออกใบอนุญาตถูกต้องตาม พ.ร.บ.ขายตรงหรือไม่ แต่ถึงแม้ สคบ. จะไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนก็ต้องพาผู้เสียหายมาร้องอยู่ดี เพราะทุกการกระทำชัดเจนว่าผิด พ.ร.บ.ขายตรง ผู้เสียหายบางคนเสียหายร่วม 8 ล้านบาท ซึ่งการมาวันนี้ต้องการเรียกร้อง 3 ข้อหลัก ข้อแรก คือ ผู้เสียหายต้องการอยากได้เงินคืน ข้อที่ 2 คนทำผิดต้องได้รับโทษ และข้อ 3 มีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
.
น.ส. กฤษอนงค์ บอกอีกว่า วงการออนไลน์ คือ หลุมดำ ออนไลน์เท่ากับการโกหกประชาชน พฤติกรรมการหลอกลวงให้ลงทุนด้วยการโปรโมทการขายคอร์สเรียนออนไลน์แค่ 97 -99 บาท โปรโมททุกช่องทาง รวมถึงรายการโทรทัศน์ชั้นนำ โฆษณาให้ส่วนแบ่งยอดขายคืน การันตีการขายภายใน 90 วัน หลังจากนั้นก็จะสอนงานพื้นฐานโซเชียลทั่วๆ ไป แต่จะเน้นปิดการขายยอดสูงสุดและมีสคริปให้เหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โทรศัพท์ชวนคนมาลงทุนต่อๆ กัน ผ่านการสร้างภาพความน่าเชื่อถือ โดยใช้ดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ ขึ้นบิลบอร์ดยิ่งใหญ่ โชว์ใบอนุญาต ซึ่งไม่ตรงธุรกิจที่ทำลักษณะบังอำพราง อาจมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังการกระทำ
.
เมื่อถามว่า เหล่าดาราที่ร่วมดำเนินธุรกิจและอ้างว่าเป็นเพียงแค่พรีเซ็นเตอร์ ลอยตัวหรือไม่ น.ส.กฤษอนงค์ บอกว่า ลอยตัวไม่ได้แน่นอน เพราะถือว่าร่วมดำเนินการต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ
.
ด้าน นายจิติภัทร์ บุญสม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สคบ. เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน บอกว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายยื่นร้องเรียนเข้ามาในระบบแล้ว 15 รายนับตั้งแต่ปี 2563 ในจำนวนนี้มี 13 รายที่จบกระบวนการไกลเกลี่ยแล้ว ส่วนอีก 2 รายอยู่ระหว่างการเจรจา ความเสียหายตั้งแต่ 200,000 ถึง 300,000 บาท ในการทำงานแก้ไขของ สคบ.จะเป็นตัวแทนการเจรจาไกล่เกลี่ยให้กับผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายกลุ่มใหม่ก็จะมีการรับเรื่องไปตรวจสอบการประกอบธุรกิจอีกครั้งหนึ่ง เพราะทาง สคบ.ได้อนุญาตใบประกอบธุรกิจบริษัทดังกล่าวไปในปี 2562 แต่เป็นการให้อนุญาตการตลาดแบบตรง แต่ในปี 2565 บริษัทได้มายืนขออนุญาตขายตรง แต่เมื่อ สคบ.พิจารณาแล้วว่ามีลักษณะขายปลีกและส่ง กำไรที่บริษัทได้มาจากส่วนต่าง นายทะเบียนจึงไม่อนุญาตจดทะเบียนขายตรง
แต่อย่างไรก็ตาม ความเสียหายของประชาชนมีค่อนข้างมาก ซึ่งลักษณะการขายของบริษัทดังกล่าวในภายหลังจากขอจดทะเบียนอาจมีลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งทาง สคบ.จะเข้าไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และจะประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในลักษณะการฉ้อโกงประชาชนอีกเรื่องหนึ่งด้วย จึงอยากให้ประชาชนได้มั่นใจ สคบ.จะดำเนินการอย่างเร่งรัด
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายที่เดินทางมาวันนี้ไม่สะดวกเปิดเผยตัวตนและให้สัมภาษณ์ แต่ในช่วงบ่ายทางผู้เสียหาย และทางผู้อำนวยการศูนย์ข่าวต้านโกงจะเดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ปคบ.
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายที่เดินทางมาวันนี้ไม่สะดวกเปิดเผยตัวตนและให้สัมภาษณ์ แต่ในช่วงบ่ายทางผู้เสียหาย และทางผู้อำนวยการศูนย์ข่าวต้านโกงจะเดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ปคบ. (เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567)
.
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
.
#PPTVPHOTO #PPTVHD36 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #สคบ #กฤษอนงค์สุวรรณวงศ์ #หลอกลงทุนออนไลน์
-----------------------------------------
สนใจรับชมภาพเพิ่มเติม หรือสนใจสั่งซื้อภาพ และสอบถามข้อมูล
คลิก https://www.facebook.com/36CreativeStock/posts/