กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งโต๊ะแถลงข่าวรับคดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ปเป็นคดีพิเศษ หลังพบพฤติกรรมบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป นำเงินที่หลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนธุรกิจ โอนย้าย และเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จำนวนมาก
.
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งคณะพนักงาน สืบสวนดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงว่า บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป เข้าข่ายลักษณะกระทำความผิดเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยพบว่า มีการกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนและมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลค่าเกิน 300 ล้านบาท ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขของคดีพิเศษ โดยจะรับเป็นคดีพิเศษเพียงความผิดอาญาฐานฟอกเงินเท่านั้น ส่วนความผิดอื่นๆ เช่น ฉ้อโกงประชาชน ก็ยังในอำนาจพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามเดิม
.
สำหรับคดีฟอกเงิน หากสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหา 18 ราย ที่ถูกจับก่อนหน้านี้มีความผิดเข้าข่ายฐานฟอกเงินก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม รวมถึงผู้ต้องหาแถวสองแถวสามตามลำดับ
.
ส่วนเรื่องการยึดอายัดทรัพย์สิน พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า มีทั้งหมด 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นทรัพย์สินที่ดิน 3 แปลง ย่านลำลูกกาจังหวัดปทุมธานี ส่วนที่ 2 เป็นสถานที่ตั้ง บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป และอาคารสิ่งปลูกสร้าง และส่วนที่ 3 เป็นทรัพย์สินที่สามารถตรวจยึดได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านรามอินทรา มีทั้งกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้าแบรนด์เนม และนาฬิกา ซึ่งขณะนี้กำลังให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอยู่ว่าเป็นของแท้หรือไม่
.
สำหรับทรัพย์สินที่ตรวจยึดและเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นของปลอมนั้น เกิดจากการที่มีพลเมืองดีให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ตามอำนาจหน้าที่จึงต้องตรวจสอบ มองว่า ไม่ว่าจะของจริงหรือของปลอมก็เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทั้งสิ้น ท้ายที่สุดในการพิสูจน์ หากพบว่าเป็นของปลอม ก็ชวนคิดต่อได้ว่า ผู้กระทำความผิดมีของปลอมไว้เพื่ออะไร มีไว้ใช้หลอกประชาชนให้หลงเชื่อว่า ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือประสบความสำเร็จหรือไม่
.
ร.ต.อ. วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการตรวจยึดทรัพย์สินย่านรามอินทรามาจากแม่บ้านที่เป็นพลเมืองดีของอพาร์ตเม้นท์ดังกล่าวเป็นผู้แจ้งเบาะแส โดยวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เห็นบอสอ๊อฟทำสัญญาเช่าอพาร์ทเม้นท์ ค่าห้องและค่ามัดจำรวม 6200 บาท ก่อนที่หลังจากนั้น วันที่ 1ต.ค. จะเห็นบอส ขนกล่องบางอย่างมาไว้ที่อพาร์ทเมนท์พาร์ท จึงทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอให้เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งวันปฏิบัติการทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ขอให้เจ้าของอพาร์ทเม้นท์มาเป็นพยานเพื่อกันข้อครหาว่าสับเปลี่ยนทรัพย์สิน ส่วนตัวมองว่า เมื่อมีพยานที่ให้ข้อมูลว่า อาจมีการซุกซ่อนทรัพย์สินจากการกระทำความผิดเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะไม่เช่นนั้นก็เท่ากับว่าละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ส่วนทรัพย์สินจะเป็นของแท้หรือไม่ก็ต้องรอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง
.
ด้านรักษาการอธิบดีดีเอสไอ ย้ำว่า การทำงานของตำรวจกับดีเอสไอไม่ได้ซ้ำซ้อนกัน ทำกันคนละส่วน แต่เป็นการช่วยเสริมเติมเต็มให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมและได้รับการเยียวยาเร็วที่สุด (เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567)
.
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
.
#PPTVPHOTO #PPTVHD36 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #ดีเอสไอ #ดิไอคอนกรุ๊ป