เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับตำรวจกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ แถลงปฏิบัติการขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงจากการจับกุมสถานบริการจินหลิง สามารถยึดทรัพย์สิน รถหรู เงินสด และกระเป๋าแบรนด์เนม รวมมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า นายหลิน เหยียน ผู้ต้องหาหลักไม่สามารถพูดไทยได้ทั้งที่มีบัตรประชาชนไทย จึงนำบัตรประชาชนที่นายหลิน เหยียน ครอบครอง ไปตรวจสอบกับทะเบียนราษฎร์ พบใบหน้าไม่ตรงกับผู้ต้องหา เชื่อว่าเป็นการปลอมบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งตำรวจได้สืบสวนจนพบตัวเข้าของบัตรตัวจริง ทราบว่าเป็นชาวไทยที่ยังมีชีวิตอยู่และทำอาชีพเก็บข้าวโพดอยู่ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าตัวไม่ทราบเลยว่าถูกปลอมบัตรประชาชน และได้มีการวิดิโอคอลยืนยันตัวเจ้าของบัตรในการแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย
เบื้องต้นตำรวจจะดำเนินคดีกับหลิน เหยียน ในข้อหาปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือถูกแจ้งข้อหาตามพฤติการณ์เกี่ยวกับการอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดและครอบครองสุราต่างประเทศ รวมถึงตำรวจจะตรวจสอบคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้มีการแจ้งความไว้ในระบบทั้งหมดว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้หรือไม่ ซึ่งหากพบหลักฐานเชื่อมโยงเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติม (เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2565)
PPTV PHOTO #โสภนสุเสนา
#PPTVHD36 #จับแหล่งทุนจีน #ผับจินหลิง #จับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ #จับหลินเหยียน #ตำรวจไซเบอร์ #ยึดทรัพย์แหล่งทุนจีน300ล้านบาท