10.00 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ยื่นหนังถือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยยินยอมให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคมาครอบงำ
โดย นพ.วรงค์ ระบุว่า ประเด็นที่นำมาสู่การร้องเรียนมี 3 สาระสำคัญ ได้แก่
1. กรณีวันที่ 14 สิงหาคม ที่นายทักษิณชวนแกนนำบางส่วนของพรรค และพรรคร่วมรัฐบาล มาเจรจาพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลหลังมีกระแสข่าวนายเศรษฐาพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งแม้วันรุ่งขึ้นมีการประชุมจนกระทั่งพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนตัวผู้ที่จะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากนายชัยเกษม นิติสิริ เป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แต่ก็ถือว่าการกระทำสำเร็จแล้ว และเหตุการณ์ในช่วงเย็นวันที่มีการพูดคุยกันก็ไม่เคยมีหัวหน้าพรรคหรือแกนนำคนไหนออกมาปฏิเสธ
2. กรณีวันที่ 20 สิงหาคม ที่นายทักษิณให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกมีผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ น.ส.แพทองธาร ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม หรือไม่ ก่อนที่นายทักษิณจะตอบว่า ”มันหนักเกินไป แค่นี้ก็แย่แล้ว“ มองว่าเป็นการชี้นำ น.ส.แพทองธาร ซึ่งมีสถานะเป็นหัวหน้าพรรค และอีกประเด็นที่นายทักษิณพูดว่า ”ไม่ได้ครอบงำ แต่ครอบครอบ“ นพ.วรงค์ มองว่า เป็นคำที่หนักกว่าครอบงำเสียด้วยซ้ำ เพราะแสดงถึงความเป็นเจ้าของ ซึ่งหากจะบอกว่าเป็นลูกสาวและสามารถปรึกษากันได้นั้น ส่วนตัวก็มองว่าควรไปปรึกษากันที่บ้าน ไม่ใช่มาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ
3. กรณีที่ให้สัมภาษณ์ 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือกรณีนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ที่นายทักษิณ ระบุว่า รัฐบาลต้องการเสียงเพียงพอต่อการผ่านกฎหมาย ก่อนที่สุดท้ายจะมีการชวนพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลจริงๆ และอีกประเด็น คือ กรณีพรรคพลังประชารัฐ ที่มี 2 กลุ่มคือ กลุ่ม ร้อยเอกธรรมนัส และกลุ่มพลเอกประวิตร ซึ่งนายทักษิณพูดชี้นำชัดเจนว่าจะเอากลุ่มไหนมาร่วมรัฐบาล และสุดท้ายก็เป็นไปตามนั้น มองว่า เป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายว่านายทักษิณชี้นำการจัดตั้งรัฐบาล
ส่วนกรณีที่มีข่าว ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ส่งคนไปฟ้องหมิ่นประมาทนั้น นพ.วรงค์ แก้ข่าวว่า ตนเองตรวจสอบไปทาง นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่เป็นผู้ไปยื่นเรื่องที่ สน.นางเลิ้ง ยืนยันว่า เป็นการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ไม่ใช่การแจ้งความดำเนินคดี ซึ่ง นพ.วรงค์ ยังบอกไปถึงร้อยเอกธรรมนัส อีกว่า ต้องใจเย็นๆ สิ่งที่ตนเองโพสต์เฟซบุ๊กเป็นเพียงการโพสต์เตือนเท่านั้น พร้อมยืนยันว่า การเป็นรัฐมนตรีรักษาการของร้อยเอกธรรมนัส สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ครม. ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว ถือเป็นการรับหน้าที่แล้วแม้จะยังไม่ได้บริหารราชการแผ่นดิน และตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรค 2 หากมีความจำเป็นเร่งด่วน ก็ระบุให้ ครม.ที่รับหน้าที่ สามารถทำหน้าที่ไปพลางๆ ก่อนได้ เท่ากับว่า ขณะที่ร้อยเอกธรรมนัสไปนั่งประชุม ขณะนั้น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ถือว่ามีอำนาจในการทำหน้าที่แล้ว
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการว่าจ้างกลุ่มนักร้องมาร้องรัฐบาล น.ส.แพทองธาร และเป็นการทำนิติสงครามนั้น นพ.วรงค์ มองว่า คำว่านิติสงคราม เป็นคำที่ถูกพยายามเอามาโจมตีคนร้อง พร้อมถามกลับว่ารู้จักกระบวนการประชาธิปไตยหรือไม่ ประชาธิปไตยต้องยอมรับการตรวจสอบ การโจมตีว่าเป็นนิติสงครามแสดงว่า ไม่ยอมรับการตรวจสอบ ซึ่งส่วนตัวมองว่าการตรวจสอบเป็นสเน่ห์ของประชาธิปไตยด้วยซ้ำ
พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่เคยรับเงินในการออกมาร้องเรียน และไม่ได้ร้องบ่อย ร้องเฉพาะเรื่องที่ควรร้อง เช่น เรื่องชั้น 14 มองว่ากรณีที่มีรายงานข่าวว่ามีนักร้องรับเงินนั้น ให้บอกมาเลยว่าใคร หากบอกว่าเป็นตนเองจะได้ฟ้องกลับ เพราะขนาดตอนที่ร้องจำนำข้าว โครงการมูลค่า 940,000 ล้านบาท ตนเองจะรับเล็กๆ น้อยๆ ซัก 500 - 1,000 ล้านบาท ก็รวยไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ซึ่งมีคนมาเจรจาด้วย แต่ตนเองก็ไม่ได้รับ (เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567)
.
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
.
#PPTVPHOTO #PPTVHD36 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #วรงค์เดชกิจวิกรม #กกต #ครอบงำพรรคเพื่อไทย