14.30 น. นายปกรณ์ จีนาคํา สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จากวีรกรรมที่ไม่เหมาะสมว่า ในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีทุกชาติ และไม่เฉพาะเจาะจงว่าชาติใดที่มีปัญหา เพราะทุกที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งใน อ.ปาย พื้นที่ที่มีปัญหา ตนเคยได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องเหตุรำคาญ ทางการจัดงานปาร์ตี้จนรบกวนชาวบ้านนั้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับมาสักพักหนึ่งแล้ว และมีการพูดคุยมาโดยตลอด โดยเฉพาะ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับข่าวที่เผยแพร่ออกไปนั้น คิดว่า มีการขยายความมากเกินจริงและเกินไป ซึ่งมองว่า อาจส่งผลกระทบ มากกว่าผลดีด้วยซ้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล เข้ามาใน อ.ปาย จำนวน 2,000 คน/เดือน โดยกลุ่มที่อยู่ถาวรมีไม่เกิน 10 คน บางคนก็แต่งงานกับคนไทย และบางคนก็เป็นอาจารย์ ส่วนในกลุ่มที่มีการสร้างวัดสร้างโบสถ์นั้น เป็นการเช่าพื้นที่ หรือ ปรับปรุงบ้านเดิมและต่อเติมพื้นที่ มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และเป็นพื้นที่สำหรับรวมกลุ่มกัน เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาทุกวันศุกร์และวันเสาร์ โดยสถานที่ดังกล่าวได้ขออนุญาตจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ
ส่วนข้อกังวลว่า จะมีการแย่งอาชีพคนในพื้นที่หรือไม่นั้น นายปกรณ์ ย้ำว่า ไม่มี ส่วนเหตุรำคาญ จะเป็นการปฏิบัติตัวที่ไม่ตรงกับขนบธรรมเนียมของไทย เช่น การนุ่งน้อยห่มน้อย อาจทำให้ดูไม่เหมาะสม เนื่องจาก อ.ปาย นั้น ยังมีการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมอยู่ จึงอาจทำให้คนในพื้นที่มองว่า พฤติกรรมเหล่านั้นดูไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม มีการพูดคุยกับหน่วยงานของจังหวัด ซึ่งมีการประชุมไปแล้วกว่า 6 ครั้ง และพูดคุยเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรม เรื่องของการสูบกัญชาในพื้นที่สาธารณะ หรือ การจราจร และเรื่องอื่นๆ ซึ่งทุกหน่วยงานได้มีการกำชับในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า การที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตักเตือนอยู่แล้วแสดงว่าประชาชนในพื้นที่ก็ยังไม่สบายใจใช่หรือไม่ นายปกรณ์ มองว่า จะเหมารวมว่าเป็น ประชาชนในพื้นที่ก็คงไม่ได้ เพราะที่ออกมาแสดงความคิดเห็นก็เป็นสื่อโซเชียลบางสื่อเท่านั้น และบางสื่อก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย แต่ก็ยอมรับว่า มีชาวบ้านเดือดร้อนบางส่วน เพราะมีการร้องเรียนมาอยู่เป็นระยะเรื่องของเหตุรำคาญ เนื่องจากพื้นที่ อ.ปาย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ธรรมชาติน่าเที่ยว กลุ่มนักท่องเที่ยว มักจะมีพฤติกรรมชอบสังสรรค์ลากยาวจนถึงช่วงเวลาประมาณ 23.00-01.00 น. มีการร้องเรียนกันอย่างเป็นระยะ แต่ข่าวที่บอกว่า ชาวบ้านไม่พอใจก็มี แต่คิดว่ามันไม่มากถึงขนาดในสื่อ
อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติหากไม่มีคนนำเที่ยว หรือ ไกด์ จะรู้ได้อย่างไรว่า อะไรอยู่ซอกไหนซอยไหน ต้องขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้มีการพาไปเที่ยวในพื้นที่ ที่ถูกต้องด้วย หากไปแนะนำให้เขาทำไม่ถูก เขาก็จะเข้าใจว่าถูกได้ จะพากันเสียหายไปหมด อยู่ที่พวกเราต้องช่วยกันในเรื่องนี้ด้วย
นายปกรณ์ มองว่า เรื่องนี้คงไม่ถึงขั้นขนาดตามที่ออกข่าวไป และไม่น่าเจาะลึกไปถึงความมั่นคง หรือ เรื่องของดินแดนขนาดนั้น มองว่า เป็นการดึงประเด็นบางเรื่องออกมาเล่นมากกว่า เพื่อให้เกิดกระแสให้ไปเชื่อมโยงกับจุดอื่น ยอมรับว่า สถานการณ์เพื่อนบ้านของไทยก็ยังไม่มั่นคง และมีปัญหาอยู่ (เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568)