หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ร่วมกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง ตำรวจสน.บางซื่อเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ผู้แทนจากกิจการร่วมค้า PKW และผู้แทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด เข้าทำการตรวจสอบเอกสารที่อยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ในจุดเกิดเหตุสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. แห่งใหม่ถล่ม ซึ่งได้ยึดอายัดไว้ทั้งหมด 24 ตู้ เพื่อนำเอกสารมาประกอบสำนวนคดี เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง
.
พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้การตรวจสอบยังไม่เสร็จสิ้น พร้อมยืนยันว่าการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ไม่ใช่การตรวจค้น แต่มีหนังสืออายัดสิ่งของกิจการร่วมค้าทั้ง 2 หน่วย ผู้ที่คุมงาน ก่อสร้าง และจากผู้แทน สตง. ได้เข้ามาร่วมดูการเปิดพยานหลักฐานด้วยกัน และส่งมอบเอกสารบางส่วนเพื่อใช้ในการประกอบคดี
.
เบื้องต้นมีการทยอยเปิด และพบรายละเอียดที่สำคัญอยู่พอสมควร ซึ่งจากการแบ่งการทำงานทั้งหมด 4 ชุดปฏิบัติการนั้นประกอบด้วย ชุดที่ 1 เข้าดูในส่วนที่เป็นตู้ของกิจการร่วมค้าที่ก่อสร้างของฝั่งอิตาเลียนไทยฯ และตู้ของสตง. ซึ่งพบเอกสารที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอยู่หลายเรื่อง เช่น แฟ้มส่งมอบงานตามงวดงานที่ให้กับสตง. รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างประจำเดือน ชุดที่ 2 ตรวจสอบเอกสารการตั้งเบิก การวางบิล และค่างวดงานก่อสร้าง รวมถึงหลักฐานการวางบิลในการซื้อคอนกรีต ปูน และเหล็ก รวมทั้งสัญญาอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ลิฟท์
.
ส่วนชุดที่ 3 เข้าตรวจสอบกิจการร่วมค้าที่ควบคุมงานเป็นหลัก ซึ่งพบเอกสารที่มากพอสมควร อาทิ เอกสาร RFI ซึ่งเป็นเอกสารที่แจ้งเพื่อให้ทางผู้ควบคุมงานเข้าไปตรวจงาน และยังตรวจพบ คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทำธุรการ และยังพบแฟ้มสัญญาคุมงาน เอกสารขออนุมัติก่อสร้างรายวัน และที่สำคัญก็คือเอกสาร Shop Drawing โครงสร้าง ที่จะนำไปสู่เรื่องของการแก้แบบ และอธิบายความในการก่อสร้างในเชิงรายละเอียด ชุดที่ 4 เป็นจุดที่ต่อเนื่องจากชุดที่ 3 ซึ่งเป็นจุดที่ตรวจสอบกิจการร่วมค้าของผู้ควบคุมงาน พบเอกสาร RFI ซึ่งเป็นใบหน้างานของผู้ควบคุมงานที่จะให้ผู้ควบคุมงานเข้าไปตรวจ โดยเป็นเอกสาร Daily Report ซึ่งเป็นเอกสารรายงานความคืบหน้าการประชุมประจำวัน เป็นต้น
ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นร่วมกันว่าเอกสารเหล่านี้เป็นประโยชน์ ที่จะนำมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง จึงได้มีการรวบรวมไว้ก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมลังไว้ใส่เอกสารประมาณ 100 ลัง และจะนำขึ้นรถ 6 ล้อไปตรวจสอบอีกครั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จากนั้นจะนำไปคัดแยกหากเอกสารส่วนไหนมีประโยชน์จะอายัดไว้ตรวจสอบ แต่ส่วนไหนที่ไม่ได้ใช้ก็จะส่งคืนกลับ โดยเอกสารทั้งหมดจะนำเข้ากรมสอบสวนคดีพิเศษก่อน หากส่วนราชการอื่นจะใช้ข้อมูล ก็จะมีการประสานขอข้อมูลกันต่อไป เบื้องต้นได้ข้อมูลมาเกือบครบถ้วนแล้ว ซึ่งในส่วนเอกสารหากตรวจสอบเรียบร้อยจะเรียกบริษัทที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาชี้แจงข้อมูลมั้งหมด (เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568)