นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (หมายเลข 9) ได้เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการภายหลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการผ่านพ้นไปกว่า 50% ซึ่งทิศทางคะแนนชี้ชัดว่านายชัชชาติได้รับความไว้วางใจจากคนกรุงเทพฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยทำสถิติได้คะแนนคิดเป็น 64% สูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ที่ได้ไป 50%
.
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีทีมงานและสื่อมวลชนร่วมเกาะติดสถานการณ์อย่างคึกคัก โดยในช่วงหนึ่ง นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ (แสนดี) บุตรชาย ได้เดินเข้าสวมกอดแสดงความยินดีกับบิดาพร้อมกับกล่าวความในใจว่า “I love you” และ “I proud of you dad” (ผมภูมิใจในตัวพ่อครับ) สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก
.
นายชัชชาติ เริ่มต้นกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากหัวใจ ทั้งคนที่เลือกและไม่ได้เลือกตนเอง พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ตนมาด้วยความรู้สึกยำเกรง ไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการฉลองชัยชนะ แต่อย่างใด
“ผมบอกทีมงานเสมอว่า หนนี้งานจะหนักกว่าครั้งที่แล้วเยอะมาก เพราะความคาดหวังของประชาชนสูงขึ้น ประกอบกับบริบทโลกและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเฉลิมฉลองกันยาวนาน ขอให้ดีใจกันแค่คืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้ (29 มิ.ย.) ต้องเริ่มงานทันที เพราะคะแนนที่ได้มาเปรียบเสมือน ‘คำสั่งของประชาชน’ ที่สั่งให้เราเข้าไปทำงานรับใช้ และผมสัญญาว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ให้ทุกคนต้องผิดหวัง”
.
สำหรับภารกิจแรกในวันพรุ่งนี้ แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยังไม่มีการรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่นายชัชชาติระบุว่าจะเรียกทีมงานประชุมทันทีเพื่อแปลงร่างนโยบายทั้ง 260 แผนให้กลายเป็นแผนยุทธศาสตร์ภาคปฏิบัติ พร้อมจัดทำ "แผนงาน 100 วันแรก" โดยจะเลือกทำสิ่งที่ยากและต้องใช้เวลาสางปัญหาก่อนเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการขันน็อตเรื่องความโปร่งใสและปราบปรามการทุจริตใน กทม. เพื่อกู้ความเชื่อมั่น
.
นายชัชชาติ เปิดเผยด้วยว่า เมื่อช่วงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา "ดร.โจ" ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีและได้ฝากฝังนโยบายดีๆ ไว้หลายเรื่อง ซึ่งตนรู้สึกเสียดายที่ช่วงเวลาหาเสียง 30 วันนั้นสั้นเกินไปจนไม่มีเวลาส่งต่อแนวคิดกันมากกว่านี้ ยืนยันว่าตนศึกษาเล่มนโยบายของทุกพรรคมาโดยตลอด และเห็นว่านโยบายของพรรคประชาชนมีจุดเด่นหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การแก้ปัญหาน้ำท่วม และการลอกท่อระบายน้ำ
.
“เมื่อผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว ทุกคนคือพันธมิตรในการพัฒนาเมือง คะแนนของประชาชนมีค่าเท่ากันหมดไม่ว่าจะเลือกใคร หลังจากนี้จะนัดคุยเพื่อนำนโยบายของพรรคประชาชนมาปรับใช้ร่วมกัน และเชื่อมั่นว่าจะทำงานร่วมกับ ส.ก. ของพรรคประชาชนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาได้อย่างไร้รอยต่อในอนาคต”
.
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงประเด็นร้อนในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงที่มีความพยายามดิสเครดิตและโจมตี โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "ระบบอากง" นายชัชชาติได้ตอบเคลียร์ชัดอย่างตรงไปตรงมาว่า:
“ระบบอากงไม่มีอยู่จริง เชื่อว่าประชาชนไม่ได้ให้ความสำคัญ และมันเป็นเพียงวาทกรรมที่คนสร้างขึ้นมาหลอกกันเอง ไม่เคยมีอากงในระบบนี้แน่นอนครับ”
ส่วนกรณีที่มีกระแสโจมตีจุดอ่อนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา นายชัชชาคิระบุว่าขอบคุณที่ประชาชนเข้าใจตนเอง ซึ่งตนจะนำข้อกังขาและคำวิจารณ์ทั้งหมดมาปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นเพื่อสร้างความไว้วางใจให้มากขึ้น
.
สำหรับเป้าหมายใหญ่ในวาระ 4 ปีข้างหน้า นายชัชชาติย้ำว่าจะโฟกัสใน 3 มิติหลัก คือ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และการศึกษา ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพของเมืองเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำแนวคิด “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” และนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สูงที่สุด (ทำน้อยแต่ได้ผลมาก) เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ากรุงเทพฯ สามารถก้าวขึ้นไปเป็นเมืองชั้นนำแข่งขันกับเมืองใหญ่ทั่วโลกได้สำเร็จ
.
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายชัชชาติได้แสดงความดีใจด้วยท่าประจำตัว โดยการกระโดดตัวลอยชูกำปั้นขึ้นฟ้า เหมือนกับภาพจำเมื่อครั้งชนะเลือกตั้งถล่มทลายในสมัยแรก