12.50 น. นายนรเศรษฐ์ จำปาสิน ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงผลหลังประชุมกรณี กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ทั้งสองฝั่งได้ให้ข้อมูลมาแต่ยังแตกต่างกัน ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่าหีบบัตรที่ถูกขนส่ง เป็นการยุบรวมหีบบัตรและปิดซีลมาอย่างดี ขณะที่ทางประชาชนยืนยันว่าไม่มีการซีลด้วยเคเบิลไทร์ เป็นเพียงเทปพัน และไม่มีการเซ็นรับรองตามข้อบังคับของ กกต. ให้ถูกต้องตามกระบวนการและข้อกำหนดของ กกต. หรือไม่
ส่วนประเด็นที่คุยกันวันนี้ คือการที่ กกต. เป็นหน่วยงานรัฐแล้วฟ้องประชาชน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เหมือนฟ้องปิดปากหรือไม่ โดยในการประชุมวันนี้มีความพยายามทำให้ทั้งสองฝั่งเข้าใจเจตนารมณ์ซึ่งกันและกัน จะดีกว่าหรือไม่ถ้าทาง กกต. เองได้ฟังเจตนารมณ์ของฝั่งประชาชนก่อน ที่ต้องการเห็นความโปร่งใสในกระบวนการนับคะแนน และคาดหวังว่าประชาชนจะมีการพูดคุยกับ กกต. จังหวัดชลบุรีที่ดำเนินคดีกับประชาชน หากมีการไกล่เกลี่ยหรือถอนฟ้องกันได้ ตนคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝั่ง
โดยเรื่องนี้จะเป็นภาระของทั้งทางฝั่งประชาชนที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง ขณะที่ กกต. ก็เป็นภาระอาจถูกมองในเรื่องของภาพลักษณ์ว่าเป็นการฟ้องปิดปาก ตนหวังว่าการติดตามตรวจสอบโดยภาคประชาชนจะเดินหน้าต่อไป เพราะตรงกับเจตนารมณ์ของ กกต. เอง ที่อยากให้การเลือกตั้งทุกครั้งเป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส และกรรมาธิการเองก็ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในเส้นทางประชาธิปไตยตลอดมา รวมถึงกระบวนการการเลือกตั้ง
นายนรเศรษฐ์ ได้กล่าวถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยว่า นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ให้ความเห็นว่า กกต. ไม่ได้มีความตั้งใจจะฟ้องร้องประชาชน แต่ถ้าหากไม่ดำเนินคดีอาจถูกฟ้องร้องตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้ตนมองว่าหาก กกต. ไม่ฟ้องประชาชนความเสียหายก็ไม่ได้เกิดขึ้น นายครรชิตยังกล่าวด้วยว่าที่ผ่านมาเป็นการตอบโต้ผ่านการให้สัมภาษณ์ อาจทำให้เข้าใจเจตนารมณ์ซึ่งกันและกันผิด และจากการที่พูดคุยกันในวันนี้ อยากให้ลองติดต่อไปที่ กกต. จังหวัดชลบุรี เพื่อพูดคุยกันถ้าเข้าใจกันได้ เรื่องของการถอนฟ้อง ก็ขอให้เป็นความเห็นของทาง กกต. ชลบุรี ผลจะเป็นอย่างไรก็ให้ทาง กกต. ชลบุรี รายงานผลมาที่ กกต. ใหญ่
นายนรเศรษฐ์ มองว่า วันนี้ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี กกต. น่าจะเปิดทางให้มีการพูดคุยกัน แต่กระบวนการในการตรวจสอบการเลือกตั้ง กกต. ก็ตรวจสอบต่อและอธิบายให้ประชาชนที่ยังสงสัย ว่ากระบวนการแต่ละอย่างเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่
"ซึ่งเรื่องการฟ้องร้องภาคประชาชนผมก็เชื่อว่าทางที่ดีที่สุดคือคือน่าจะถอยกันคนละก้าว เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของ กกต. ดีขึ้น และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าท่านเองไม่ได้มีเจตนาฟ้องร้องประชาชน และประชาชนเองก็สามารถต่อสู้คดีต่อไปได้ง่ายมากขึ้น" นายนรเศรษฐ์ กล่าว
ด้านนางสาวมาริสา พิศสายะ ทนายความศูนย์สิทธิมนุษยชนของภาคประชาชน กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่รับฟังการชี้แจงจาก กกต. ทั้งนายครรชิต และ ผอ.กกต. จังหวัดชลบุรี เขต 1 ได้ทราบถึงเหตุผลการแจ้งความ และชี้แจงเหตุผลเจตนาเพื่อการตรวจสอบตามสิทธิและหน้าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งทาง กกต. ควรชี้แจงข้อเท็จจริงในข้อสงสัย
และจากการชี้แจงในกรรมาธิการวันนี้ ทางทีมทนายความต้องนำข้อเท็จจริงและข้อเสนอไปพูดคุย เบื้องต้นในเรื่องคดีทาง กกต. ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าจะถอนแจ้งความหรือถอนการร้องทุกข์หรือไม่ ซึ่งจะมีการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของประชาชน และ กกต. เปิดให้มีการพูดคุยกัน มองว่าจะเป็นประโยชน์อันดีที่จะได้พูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน เบื้องต้นจะต้องประชุมในทีมทนายความและลูกความก่อนว่ามีความประสงค์ที่จะดำเนินการอย่างไร
“ข้อหาที่ กกต. แจ้งความเป็นอาญาแผ่นดิน แม้ผู้ร้องทุกข์จะถอนแจ้งความ ก็ไม่ตัดสิทธิที่พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจะดำเนินคดีต่อ ยังติดอยู่ตรงนั้นอยู่ดี แต่การถอนฟ้องประชาชน ก็เป็นความมุ่งหมายอันดีว่าหากทาง กกต. ไม่ประสงค์ดำเนินคดี ประชาชนสามารถต่อสู้คดีได้มีโอกาสมากขึ้น” นางสาวมาริสา กล่าว
นางสาวมาริสา ยังกล่าวว่า ส่วนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงยังต้องดำเนินการต่อไปเพราะข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ตรงกัน เดินหน้าสอบข้อเท็จจริงต่อไปเพื่อให้สังคมสิ้นข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ (เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569)
.
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
.
#PPTVHD36 #PPTVPHOTO #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #กกต #เลือกตั้ง2569 #เลือกตั้งเขต1ชลบุรี
———————————————
สนใจรับชมภาพเพิ่มเติม หรือสนใจสั่งซื้อภาพ และสอบถามข้อมูล