แนะวิธีป้องกันไฟดูดช่วงน้ำท่วมและการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง
กรณีเกิดน้ำท่วมนอกจากโรคที่มากับน้ำ อาทิ โรคฉี่หนู,ไข้เลือดออกแล้วการเกิดไฟดูดก็ถือว่าเป็นภัยที่อันตรายและใกล้ตัวมากเช่นกัน
วิธีปฏิบัติตนช่วงน้ำท่วม ป้องกันไฟดูด ขั้นตอนการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
- ก่อนน้ำท่วมเข้าภายในบ้านหรือบริเวณบ้าน ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัยน้ำท่วมไม่ถึง
- กรณีเป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังจะท่วมชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง
- กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน
โดยให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าปลดสวิตช์ที่ชั้นล่างให้เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าเพื่อแยกวงจรชั้นบนและชั้นล่าง
- กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอาจอยู่เหนือระดับน้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ปลั๊กไฟที่น้ำท่วมห้ามใช้งานเด็ดขาด
- ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าหรือระบบจำหน่ายในพื้นที่น้ำท่วมอย่างน้อย 2-3 เมตร เพื่อความปลอดภัย หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้มหรือสายไฟฟ้าขาดแช่น้ำ อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้รีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่หรือสายด่วน PEA โทร.1129 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแก้ไข
วิธีลดเสี่ยงอันตรายจากไฟฟ้าดูด
- ตรวจสอบ ที่อยู่ภายนอกอาคารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เช่น กริ่ง โคมไฟ เป็นต้น ควรเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดกันน้ำ รวมถึงติดตั้งสายดิน และเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้ถูกไฟฟ้าดูด
- ห้ามใช้หรือสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ร่างกายเปียกชื้น หรือยืนบนที่ชื้นแฉะ เพราะหากมีกระแสไฟฟ้ารั่ว จะได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูด
- เพิ่มความระมัดระวังในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และอยู่บริเวณพื้นที่ชื้นแฉะเป็นพิเศษ เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น เพราะหากมีกระแสไฟฟ้ารั่ว จะทำให้ได้รับอันตราย เพื่อความปลอดภัย ควรสวมรองเท้าทุกครั้งที่ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบริเวณที่ชื้นแฉะ จะช่วยป้องกันไฟฟ้าดูด
- ไม่ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเอง เนื่องจากความไม่ชำนาญ และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
- กรณีน้ำท่วมบ้าน ให้ตัดกระแสไฟฟ้า ปิดสวิตช์ไฟ ขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง พ้นจากระดับที่น้ำท่วมถึง เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูด และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหายและไม่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมาใช้งาน เพราะเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย
การป้องกันอุบัติภัยจากไฟฟ้า
- เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกอาคาร ควรเลือกใช้แบบกันน้ำและมีฝาครอบปิด เพื่อป้องกันฝนสาดและน้ำรั่วซึม
- ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าดูด อาทิ เครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ เบรกเกอร์ควบคุมไฟ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงหรือวัสดุหุ้มเป็นโลหะ เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ไมโครเวฟ ตู้น้ำดื่ม เป็นต้น ควรติดตั้งสายดิน หากกระแสไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าจะไหลลงสู่พื้นดิน จึงช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด
- โค่นต้นไม้และตัดแต่งกิ่งไม้ที่พาดแนวสายไฟฟ้า เพื่อป้องกันพายุลมแรงพัดต้นไม้ล้มทับ หรือเกี่ยวสายไฟขาด ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่อยู่บริเวณดังกล่าว
อันตรายจากการทำงานในพื้นที่อับอากาศ แนะวิธีป้องกันเหตุคาดไม่ถึง
การช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกไฟฟ้าดูด
รีบตัดกระแสไฟฟ้า โดยปิดสวิตช์ ปลดปลั๊กไฟ และสับคัตเอาท์ หากไม่สามารถตัดกระแสไฟฟ้าได้ ให้นำวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น ผ้าแห้ง หนังสือพิมพ์ เป็นต้น เขี่ยสายไฟให้หลุดจากตัวผู้ถูกไฟฟ้าดูด หรือใช้เชือกคล้องและดันตัวผู้ถูกไฟฟ้าดูดให้หลุดจากบริเวณที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว โดยผู้เข้าช่วยเหลือต้องยืนบนพื้นแห้ง และสวมรองเท้ายาง
- ห้ามใช้มือหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสผู้ถูกไฟฟ้าดูด ในขณะที่ยังไม่ตัดกระแสไฟฟ้า รวมถึงห้ามช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูดในขณะที่ร่างกายเปียกชื้น หรือยืนบนพื้นที่ชื้นแฉะ เพราะจะได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูด
- ปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด ด้วยการปั๊มหัวใจ โดยจัดให้ผู้ถูกไฟฟ้าดูดนอนบนพื้นราบ จากนั้นทำการผายปอดและนวดหัวใจ จนกว่าผู้ถูกไฟฟ้าดูดจะหายใจเองได้ พร้อมรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน และการเรียนรู้วิธีใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี จะช่วยป้องกันอุบัติภัยจากไฟฟ้า ทำให้การดำเนินชีวิตในช่วงฤดูฝนเป็นไปด้วยความปลอดภัย
ที่สำคัญ "อย่าลงไปในน้ำ" กรณีมีกระแสไฟฟ้าอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง อาจถูกไฟดูด พยามหาวัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า อาทิ ไม้แห้ง , ผ้า , สายยาง หรือพลาสติก เขี่ยสายไฟฟ้าออกให้พ้นหรือแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าก่อน จึงค่อยช่วยผู้ประสบอันตราย การช่วยผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า จำเป็นต้องกระทำด้วยความรวดเร็ว รอบคอบและระมัดระวังเป็นพิเศษ สอบถามข้อมูล แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องหรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สายด่วน PEA โทร.1129
ขณะที่ ผู้ช่วยโฆษกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน เผย 7 ข้อควรรู้ และวิธีสังเกตเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้ารั่วไหลพร้อมกับมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ว่าที่ร.ต.การันต์ ศรีวัฒนบูรพา ผู้ช่วยโฆษกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก การันต์ ศรีวัฒนบูรพา ว่าเคยสัมภาษณ์อาจารย์คณะวิศวกรรมไฟฟ้า เทคโนโลยีลาดกระบัง ก็ขอเอาความรู้ที่อาจารย์แนะนำมาสรุปให้ฟังดัง
- เมื่อไฟฟ้ารั่วลงน้ำ จะมีรัศมีของมันแผ่ออกไปจากจุดที่รั่ว เมื่อเราเดินลุยน้ำแล้วเข้าไปใกล้จุดที่ไฟฟ้ารั่ว จะเริ่มรู้สึกคันยิบๆ ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ ก็จะรู้สึกเจ็บมากขึ้น ฉะนั้นแล้วการเดินลุยน้ำ ให้เดินช้าๆ ถ้าไปตรงไหนแล้วรู้สึกชาหรือคันยิบๆ ให้เดินถอยออกมาทางเดิม
- หากมีวัตถุที่เป็นโลหะอยู่ใกล้จุดที่ไฟรั่ว จะยิ่งทำให้การเหนี่ยวนำของไฟฟ้าแรงขึ้น รัศมีของไฟรั่วจากกว้างขึ้น โลหะหลายชนิดที่แช่อยู่ในน้ำแล้วมีกระแสไฟฟ้า มักจะเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมา อย่าเข้าไปใกล้เด็ดขาด
- การทดลองจับวัตถุต่างๆในน้ำให้ใช้หลังมือสัมผัสเพราะเมื่อถูกไฟดูดแขนจะกระตุกกลับเข้าหาตัว
- การเดินระบบไฟฟ้าในบ้านที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม ควรติดตั้งระบบEarth Leak Breaker (อันเดียวกับที่ติดตั้งในเครื่องทำน้ำอุ่น) เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าทันทีที่มีไฟรั่ว
- เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยถูกน้ำท่วมและมีไฟรั่ว ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่เนื่องจากระหว่างที่ไฟรั่วอาจทำให้สายไฟต่างๆเสื่อมสภาพ เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ในภายหลัง
- ควรใส่รองเท้าบู๊ทยาง เมื่อต้องเดินลุยน้ำ
ข้อมูลจาก : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ,กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
หน้าฝนป่วยบ่อย เช็กอาการก่อนสับสนว่าติดเชื้อโควิด-ภูมิแพ้หรือไข้หวัด
สมุนไพร 3 เกลอ กินป้องกันโรคหน้าฝน แนะวิธีทำทิงเจอร์ข่ารักษา "น้ำกัดเท้า"