อาการ “ไวรัส RSV” แตกต่างจาก “ไข้หวัดใหญ่”อย่างไร?
ช่วงหน้าฝนแบบนี้เรามักจะเห็นคนติดไข้หวัดกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่พบว่ามีการระบาดและติดเชื้อ RSV ที่อันตรายและยังไม่มียารักษาโดยตรง! เช็กอาการเชื้อRSV ต่างจากไข้หวัดใหญ่อย่างไร?
ไวรัส RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถเกิดการติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากเราจะพบในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี และมักระบาดบ่อยในช่วงฤดูฝนหรือช่วงปลายฝนต้นหนาว
การติดเชื้อ RSV ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
- ติดต่อผ่านสารคัดหลั่งต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองจากการไอ จาม โดยเฉพาะการติดต่อจากการสัมผัส
- ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 5 วัน โดยในช่วง 2 – 4
สำหรับการรับเชื้อในวันแรกมักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล เมื่อการดำเนินโรคมีมากขึ้นส่งผลให้ทางเดินหายใจส่วนล่างมีการอักเสบตามมา ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ และโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ ในบางรายเกิดอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงครืดคราด มีเสมหะในลำคอมาก ๆ
อาการ RSV ที่ต้องพึงระวัง
อาการไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส ไอจนอาเจียน หายใจเร็วหอบจนชายโครงหรืออกบุ๋ม หายใจออกลำบากหรือหายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) รับประทานอาหารหรือนมได้น้อย ซึมลง ปากซีดเขียว เพราะผู้ป่วยที่มีอาการหนัก มีโอกาสเสียชีวิตเนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้สูง
RSV การรักษาที่ยังไม่มียารักษา
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคติดเชื้อไวรัส RSV โดยตรง แต่ใช้วิธีการรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ แก้ไอละลายเสมหะ ในเด็กบางรายที่มีเสมหะเหนียวมาก ต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลมผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอด และดูดเสมหะออก จะช่วยลดความรุนแรงของอาการไอและอาการหายใจหอบเหนื่อยได้
โรคติดเชื้อไวรัส RSV ใช้เวลาในการฟื้นไข้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่ไข้หวัดธรรมดา รวมถึงอาการรุนแรงเป็นปอดบวมซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตลูกน้อยได้ เชื้อไวรัสนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ
อาการ RSV แตกต่างกับไข้หวัดใหญ่อย่างไร ?
อาการไข้หวัดใหญ่
- เด็กเล็ก : มีไข้สูง ร่วมกับน้ำมูก คัดจมูก ไอ เจ็บคอ โดยอาจพบอาการในระบบอื่นร่วม เช่น ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียนและชักจากไข้สูง
- เด็กโต และ วัยรุ่น : มีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว น้ำมูกใสคัดจมูก เจ็บคอ มักมีการระบาดที่รวดเร็ว
อาการ RSV
- คล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่ต้องระวังอาการแทรกซ้อนหอบเหนื่อยในกลุ่มเด็กเล็กหายใจหวีด มีเสียงครืดคราดในลำคอ เนื่องจากเชื้อลุกลามลงหลอดลมและปอดอักเสบ ควรรีบพบแพทย์!
การป้องกันการติดเชื้อ RSV
- รักษาความสะอาด หมั่นล้างมือตัวเองและลูกน้อยบ่อย ๆ เพราะการล้างมือสามารถลดเชื้อที่ติดมากับมือทุกชนิดได้ถึงร้อยละ 70
- รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะครบ 5 หมู่
- พักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายในอากาศที่ถ่ายเท ไม่อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง
ปกติแล้วในผู้ใหญ่มักไม่ติดเชื้อโรคนี้ เพราะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอ แต่ผู้ใหญ่มีโอกาสสัมผัสเชื้อนี้ได้ และหากไม่ล้างมือให้สะอาดก็อาจทำให้เด็กเล็กติดเชื้อจากผู้ใหญ่ได้สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองที่ลูกมีอาการป่วย ควรแยกเด็กออกจากเด็กปกติ ไม่ไปอยู่ในสถานที่แออัด ควรดูแลทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวและแยกไว้ต่างหากเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่