เวียนศีรษะ-บ้านหมุน ห้ามชะล่าใจ สัญญาณเตือนเสี่ยงโรคร้าย
อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกโรคได้หลายโรค
หากมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เมื่ออาการดีขึ้นหลายคนมักชะล่าใจและคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก ทั้งที่ความจริงแล้วอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนกำลังเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกโรคต่าง ๆ ได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันและรีบพบแพทย์โดยเร็วเมื่อมีอาการคือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด
เวียนศีรษะ VS เวียนศีรษะบ้านหมุน
อาการเวียนศีรษะ (Dizziness) โดยทั่วไปมีลักษณะอาการตั้งแต่มึนศีรษะ งุนงง โคลงเคลง ไม่มั่นใจ หวิว ๆ โหวง ๆ ยืนเดินทรงตัวไม่ดี อาจงง มักมีสาเหตุมาจากสภาวะต่าง ๆ ที่ไม่เฉพาะเจาะจง
ซึ่งต่างกับอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) ที่จะรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนหรือตนเองกำลังหมุนไปทั้งที่อยู่กับที่ หรือรู้สึกโคลงเคลงทั้งที่อยู่กับที่หรือไม่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะรับการทรงตัวของหูชั้นในที่คอยดูแลสมดุลของร่างกาย
หากมีอาการรุนแรงจะมีอาการอื่นร่วมด้วย อาทิ คลื่นไส้ อาเจียน หูอื้อ มีเสียงในหู ฯลฯ ความน่ากลัวคือเมื่อเวียนศีรษะบ้านหมุนจะเสียการทรงตัว ทำให้เสี่ยงต่อการล้มหรืออุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กโดยเร็วจะได้ทราบถึงต้นเหตุและรักษาได้อย่างถูกวิธี
เวียนศีรษะบ้านหมุนบอกโรค
อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนสามารถบอกโรคที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายได้หลายโรค ได้แก่
1.โรคทางหู
- หูชั้นนอก อาทิ ขี้หูอุดตัน, หูชั้นนอกอักเสบ, เนื้องอกหูชั้นนอก, กระดูกช่องหูหัก ฯลฯ
- หูชั้นกลาง อาทิ หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน, หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง, เลือดคั่งในหูชั้นกลาง, เนื้องอกที่โพรงหลังจมูก ฯลฯ
- หูชั้นใน อาทิ หูชั้นในอักเสบ, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, ความดันน้ำในหูชั้นในผิดปกติ, ผลึกหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน, เส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ, เนื้องอกประสาทการทรงตัวหรือเส้นประสาทการได้ยิน ฯลฯ
2.โรคทางสมองและระบบประสาท
- โรคระบบประสาทส่วนกลาง ส่วนใหญ่จากสมองน้อย (Cerebellum)
- ความเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง
- การติดเชื้อของระบบประสาท
โรคอื่น ๆ เช่น
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง
- โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ
- โรคเลือดจางและอื่น ๆ
- โรคหลอดเลือดตีบจากไขมันในเลือดสูง, โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน
- โรคกระดูกต้นคอเสื่อม
- โรคไต
- โรคภูมิแพ้
- ภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ
การตรวจวินิจฉัยอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเพื่อหาสาเหตุเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะยิ่งเจอสาเหตุของโรคเร็ว รักษาได้เร็ว ย่อมช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งแพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโดย
- ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
- ตรวจการได้ยิน
- ตรวจคลื่นสมองระดับก้านสมอง
- ตรวจระบบประสาทและการทรงตัว
- ตรวจการทำงานของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน
- ตรวจดูการกลอกของลูกตาและการเคลื่อนไหวของลูกตาในท่าทางต่าง ๆ
นอกจากนี้แพทย์อาจทำการตรวจวินิจฉัยอื่น ๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสม อาทิ เจาะเลือด ตรวจปัสสาวะหาความผิดปกติ ตรวจหาความผิดปกติของหัวใจตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan หรือ MRI วัดแรงดันของน้ำในหูชั้นใน การส่งผ่านสัญญาณประสาทของหูชั้นในเพื่อตรวจแรงดันของน้ำในหูชั้นใน (Electrocochleography – ECOG) เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก โรงพยาบาลกรุงเทพ