“มะเร็ง” เจอเร็วทำไมดีกว่า? เผยระยะของโรค พร้อมสัญญาณอันตรายควรระวัง!
รู้หรือไม่ ? ที่คนเสียชีวิตจากมะเร็งเยอะ อาจเพราะคิดว่าตัวเองแข็งแรงจนละเลยสัญญาณเล็กๆน้อยๆ ทำให้เชื้อลุกลามจนควบคุมไม่ได้ เผยระยะและสัญญาณควรระวัง!
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งนี้เป็นอันดับหนึ่ง เฉลี่ยประมาณ 60,000 คนต่อปี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมะเร็งเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากมีการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แต่เพราะมะเร็งนั้นแทบจะไม่มีสัญญาณเตือน บ่มเพาะในร่างกายได้นานหลาย 10 ปี คนส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองแข็งแรงจึงละเลยสัญญาณสุขภาพเล็กๆน้อยๆ มองข้ามการตรวจสุขภาพประจำปี จึงทำให้อัตราการเสียชีวิตพุ่งอย่างที่กล่าวมา
Magnific/EyeEm
คนป่วย
ระยะของโรคมะร็ง
ทั่วไปมะเร็งมี 4 ระยะ อาจแบ่งย่อยได้อีกเป็น เอ (A) บี (B) หรือ ซี (C) หรือ เป็น หนึ่ง หรือ สอง เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยประเมินการรักษา ส่วนโรคมะเร็งระยะศูนย์ (0) ยังไม่จัดเป็นโรคมะเร็งอย่างแท้จริง เพราะเซลล์แค่เริ่มมีลักษณะเป็นมะเร็งแต่ยังไม่มีการรุกราน (Invasive) เข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง
- ระยะที่ 1 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดเล็ก และยังไม่ลุกลาม
- ระยะที่ 2 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามภายในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ
- ระยะที่ 3 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่เป็นมะเร็ง
- ระยะที่ 4 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดโตมาก และ (หรือ) ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง จนทะลุ และ (หรือ) เข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ก้อนมะเร็ง โดยพบต่อมน้ำเหลืองโตคลำได้ และ (หรือ) มีหลายต่อม และ (หรือ) แพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต และ (หรือ) หลอดน้ำเหลืองหรือกระแสน้ำเหลือง ไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด ตับ สมอง กระดูก ไขกระดูก ต่อมหมวกไต ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง ในช่องอก และ (หรือ) ต่อมน้ำเหลืองเหนือกระดูกไหปลาร้า
สัญญาณเตือนโรคมะเร็งไม่ควรมองข้าม
- มีก้อนเนื้อโตเร็วหรือมีแผลเรื้อรัง และไม่หายภายใน 1-2 สัปดาห์ หลังจากการดูแลตนเองในเบื้องต้น
- มีต่อมน้ำเหลืองโต มักคลำเจอก้อนแข็งและขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีอาการเจ็บ
- ไฝ ปาน หูด ที่โตเร็วผิดปกติหรือเป็นแผลแตก
- ลมหายใจมีกลิ่น หรือ มีกลิ่นปากรุนแรงจากที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- เลือดกำเดาออกเรื้อรัง มักออกเพียงข้างเดียว ในบางกรณีก็อาจจะออกทั้งสองข้างได้
- ไอเรื้อรัง หรือ ไอเป็นเลือด
- อาเจียนเป็นเลือด
- ปัสสาวะเป็นเลือดปัสสาวะบ่อย ขัดลำ ปัสสาวะเล็ด โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
- อุจจาระเป็นเลือด มูก หรือ เป็นมูกเลือด ท้องผูก สลับท้องเสีย โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
- หลังมีเพศสัมพันธ์ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน
- มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ
- มีประจำเดือนผิดปกติ มีเลือดออกทางช่องคลอดในวัยหมดประจำเดือน
- ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นอึดอัดท้อง โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
- มีไข้ต่ำๆ มีไข้สูงบ่อย หาสาเหตุไม่ได้
- น้ำหนักลดลงมากใน 6 เดือน (ตั้งแต่ 10% ขึ้นไปของน้ำหนักตัวเดิม)
- มีจ้ำห้อเลือดง่าย หรือ มีจุดแดงคล้ายไข้เลือดออกตามผิวหนังบ่อย
- ปวดศีรษะรุนแรงเรื้อรัง หรือ แขน/ขาอ่อนแรง
- ชักโดยไม่เคยชักมาก่อน
- ปวดหลังเรื้อรังและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อาจร่วมกับอาการแขน/ขาอ่อนแรง
ในปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งมีหลายวิธี ได้แก่ ผ่าตัด รังสีรักษา ยาเคมีบำบัด ยาฮอร์โมน ยารักษาตรงเป้า รังสีร่วมรักษา และการรักษาประคับประคองตามอาการด้วยอายุรกรรมทั่วไป โดยผู้ป่วยแต่ละคนจะใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป บางรายอาจใช้วิธีรักษาเพียงวิธีเดียว บางรายจะต้องใช้วิธีการรักษาหลายวิธีร่วมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรค และอย่างที่กล่าวในระยะของมะเร็งจะเห็นได้ว่า ยิ่งเจอเร็ว จึงรักษาหายได้อย่างแน่นอน จึงอยากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็งนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต