ปัจจัย “มะเร็งหลังโพรงจมูก” มองข้ามอาการคล้ายหวัดเรื้อรังเสี่ยงลุกลาม!
มะเร็งหลังโพรงจมูกพบบ่อยในชายไทย เกิดจากไวรัส EBV อาหารหมักดอง และสารเคมี อาการคล้ายหวัดเรื้อรัง ตรวจพบเร็วรักษาหายได้ ควรหมั่นสังเกตอาการและพบแพทย์
มะเร็งหลังโพรงจมูก หนึ่งในมะเร็งบริเวณศีรษะและคอที่พบบ่อยในประเทศไทย พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ประมาณ 2.5 เท่า ผู้ป่วยรายใหม่ เฉลี่ยวันละ 4 คน เสียชีวิต เฉลี่ยวันละ 2 คน (สถิติ Cancer in Thailand Vol.X,2016-2018 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และและสถิติสาธารณสุข ปี 2564) โดยเป็นมะเร็งชนิดที่เกิดจากเซลล์ผิดปกติบริเวณพื้นที่หลังโพรงจมูก สามารถแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ โพรงจมูก ช่องคอ
ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการในระยะแรกหรือมีเพียงอาการคล้ายหวัดเรื้อรัง แต่เมื่อลุกลามมากขึ้น อาจมาด้วยอาการหูอื้อข้างเดียว คัดจมูก มีน้ำมูกปนเลือด เลือดกำเดาไหล ต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณลำคอ หรือหากการลุกลามไปถึงเส้นประสาทสมองอาจทำให้มองเห็นภาพซ้อนและชาบริเวณใบหน้าได้ ซึ่งเป็นมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่สามารถพบได้บ่อยในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศจีนตอนใต้
ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งหลังโพรงจมูก
- ไวรัสที่เป็นต้นเหตุสำคัญของมะเร็งหลังโพรงจมูกคือ ไวรัส EBV (Epstein – Barr) หรือ Human Herpesvirus 4 (HHV4) ซึ่งในผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกจะมีสารภูมิคุ้มกันต่อไวรัสนี้มากกว่าคนทั่วไป
- การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีสารไนโตรซามีน เมื่อเกิดการสูดดมจะส่งผลให้ DNA ของเซลล์เยื่อบุผิวเปลี่ยนแปลงจนเกิดการกลายพันธุ์ได้
- การสัมผัสสารต่าง ๆ ทั้งฝุ่นจากไม้ หนัง สิ่งทอ สารประกอบนิกเกิลฟอร์มาลดีไฮด์ โครเมียม ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งหลังโพรงจมูกได้
อาการมะเร็งหลังโพรงจมูก
- อาการทางจมูก อาทิ คัดแน่นจมูก เลือดกำเดาไหล น้ำมูกไหล มีเสมหะหรือน้ำมูกปนเลือด เสียการได้กลิ่น
- อาการทางระบบประสาท อาทิ ปวดศีรษะ เห็นภาพซ้อน ชา เจ็บเสียวที่แก้ม ปวดเหนือดวงตาหรือใต้ดวงตา ตาแฉะ ปวดบวมที่ใบหน้า กล้ามเนื้อหน้าเป็นอัมพาต เสียงแหบ กลืนลำบาก สำลัก รับรสและกลิ่นผิดเพี้ยน
- อาการทางหู อาทิ หูอื้อ ปวดหู ได้ยินบกพร่อง มีของเหลวไหลออกจากหู เสียการได้ยิน
- อาการอื่น ๆ อาทิ ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม น้ำหนักลด ไข้ต่ำ เบื่ออาหาร ฯลฯ
การตรวจวินิจฉัย
- ซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง
- ตรวจช่องจมูกและลำคอด้วยกล้อง (Nasal Endoscope) และการตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา
- เจาะชิ้นเนื้อพิสูจน์หาเซลล์มะเร็งด้วยเข็ม (Fine Needle Aspiration) ในกรณีที่มีต่อมน้ำเหลืองโต
- ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography)
- ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
- ตรวจด้วยเครื่องเพทซีที สแกน (PET/CT Scan)
การบำบัดรักษา
- การฉายรังสี (Radiation Therapy) ใช้รังสีพลังงานสูงเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งหรือลดขนาดเนื้องอกก่อนผ่าตัด
- เคมีบำบัด (Chemotherapy) ช่วยชะลอการเติบโตของเนื้องอก ลดความเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำ
- การผ่าตัด (Surgery) มีทั้งการผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยจะมีความจำเป็นในกรณีการผ่าตัดมะเร็งที่ยังหลงเหลือภายหลังการรักษาด้วยการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด
มะเร็งหลังโพรงจมูกมีการตอบสนองต่อการรักษาได้ดีและมีโอกาสหายได้หากได้รับการวินิจฉัยและรับการรักษาในระยะเริ่มต้นดังนั้นการตรวจวินิจฉัยได้อย่างทันท่วงทีจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก การป้องกันการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูกเบื้องต้น ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานผักและผลไม้สดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่ การงดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงรับควันบุหรี่ และคอยหมั่นสังเกตอาการตนเองอยู่เสมอ เมื่อพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ และ กรมการแพทย์