ภาวะ Silent Reflux น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นคอ สัญญาณไม่ควรมองข้าม
หากคุณมีอาการเสียงแหบ เจ็บคอเรื้อรัง ไอแห้งในเวลากลางคืน หรือรู้สึกเหมือนมีเสมหะติดอยู่ที่คอโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับ โรคน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นคอ (LPR) แพทย์แนะเช็กอาการและสาเหตุที่นี้
Laryngopharyngeal Reflux (LPR) หรือที่เรียกกันว่า “Silent Reflux” คือภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาถึงบริเวณคอ กล่องเสียง และคอหอย โดยไม่แสดงอาการแสบร้อนกลางอกเหมือนโรคกรดไหลย้อน (GERD) ทั่วไป จึงทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ต้องรีบดูแล อาการของโรคน้ำย่อยกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นคอที่พบบ่อย แม้จะไม่มีอาการแสบกลางอกแบบชัดเจน
Magnific/user1301303
ภาวะ Silent Reflux
สัญญาณของ LPR
- เสียงแหบเรื้อรัง โดยเฉพาะในตอนเช้า
- มีเสมหะเหนียวในลำคอ ต้องกระแอมบ่อย
- ไอเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- เจ็บคอหรือระคายคอตลอดเวลา
- กลืนลำบาก หรือรู้สึกมีก้อนในคอ
- หายใจไม่สะดวกในบางครั้ง
- มีรสเปรี้ยวหรือขมในคอ โดยเฉพาะเมื่อตื่นนอน
- มีกลิ่นลมหายใจออก
LPR ต่างจากกรดไหลย้อน (GERD) อย่างไร ?
โรคกรดไหลย้อน (GERD) เกิดจากการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรือแน่นหน้าอก แต่ใน LPR กรดและน้ำย่อยจะไหลย้อนขึ้นมาสูงถึงบริเวณหลอดลม คอ หรือกล่องเสียง จึงทำให้มีอาการเรื้อรังที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยไม่มีอาการแสบหน้าอกเหมือน GERD
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุหลักเกิดจากความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหารส่วนบน (Upper Esophageal Sphincter) และล่าง (Lower Esophageal Sphincter) ที่ทำหน้าที่กั้นไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนกลับขึ้นมา หากหูรูดเหล่านี้ทำงานผิดปกติ น้ำย่อยจึงสามารถไหลย้อนขึ้นมาถึงคอหอยและกล่องเสียงได้ ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิด LPR ได้แก่
- กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณหลอดอาหารทำงานผิดปกติ
- ความดันในกระเพาะอาหารสูง เช่น หลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่
- การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- โรคอ้วน หรือภาวะน้ำหนักเกิน
- การนอนราบทันทีหลังรับประทานอาหาร
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- การอักเสบเรื้อรังของกล่องเสียง
- พังผืดหรือก้อนเนื้อที่กล่องเสียง
- เสียงเปลี่ยนถาวร
- เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหารหรือลำคอในระยะยาว
แพทย์จะสอบถามอาการโดยละเอียด และอาจใช้การส่องกล้องผ่านจมูกหรือลำคอ (Flexible Laryngoscopy) เพื่อดูการอักเสบของกล่องเสียงหรือหลอดคอ นอกจากนี้อาจพิจารณาทำการตรวจวัดกรดในหลอดอาหาร หรือใช้แบบประเมินอาการเฉพาะสำหรับโรคน้ำย่อยกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้าสู่หลอดคอ
แนวทางการรักษา LPR
ปรับพฤติกรรม
- หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นการไหลย้อน เช่น ของทอด ช็อกโกแลต กาแฟ
- รับประทานอาหารในปริมาณพอเหมาะ และเว้นระยะก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
- ยกหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 6–8 นิ้ว
- ลดน้ำหนัก หากมีภาวะน้ำหนักเกิน
การใช้ยา (การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์)
- ยาลดกรด (Antacids)
- ยากลุ่มยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เช่น Proton Pump Inhibitors (PPI) หรือ H2 Blockers
การติดตามอาการ
การรักษา LPR อาจใช้เวลานานกว่ากรดไหลย้อนทั่วไป ผู้ป่วยควรติดตามผลกับแพทย์อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะสม
ทั้งนี้หากคุณมีอาการเสียงแหบ ไอเรื้อรัง เจ็บคอ หรือมีก้อนในคอที่ไม่หายไปในระยะเวลา 2–4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก เพื่อประเมินและวินิจฉัยอย่างเหมาะสม หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบเรื้อรังของกล่องเสียง, ก้อนเนื้อโพลีกบริเวณสายเสียง (Vocal cord polyp), ไอเรื้อรัง จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือเสี่ยงต่อการเกิดหลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง
โรคน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นคอ (LPR) อาจไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ หากคุณมีอาการเสียงแหบ เจ็บคอเรื้อรัง หรือไอแห้งโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของโรคน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นคอ อย่าปล่อยให้อาการเหล่านี้กระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2