นอนตะแคงซ้าย ช่วยลดอาการกรดไหลย้อนตอนกลางคืน ได้จริงหรือไม่?
แพทย์เผยวิจัย “นอนตะแคงซ้าย” ลดกรดไหลย้อนกลางคืน ควบคุมน้ำหนัก เลี่ยงอาหารกระตุ้น หนุนหัวเตียงสูง ปรับพฤติกรรมลดโอกาสโรคกำเริบและกลับเป็นซ้ำ
ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนในกระเพาะอาหารมากถึง 80% มีอาการกรดไหลย้อนรบกวนในเวลากลางคืน ข้อมูลจากวารสาร The American Journal of Gastroenterology ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างท่านอนและโรคกรดไหลย้อนในเวลากลางคืน โดยใช้วิธีตรวจวัดท่านอนควบคู่กับการวัดระดับ pH ในหลอดอาหาร และวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า (Impedance) เพื่อศึกษาผลกระทบของท่านอนต่ออาการกรดไหลย้อนระบุว่า การนอนในท่านอนตะแคงซ้ายช่วยลดการเกิดกรดไหลย้อนตอนกลางคืนได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับการนอนหงายหรือนอนตะแคงขวา
เนื่องจากท่านอนตะแคงซ้ายหลอดอาหารตำแหน่งของหูรูดหลอดอาหารจะอยู่สูงกว่ากระเพาะอาหาร ทำให้กำจัดกรดออกจากหลอดอาหารได้เร็วกว่าท่านอนอื่น ถึงแม้ในแต่ละท่านอนจำนวนครั้งที่เกิดกรดไหลย้อนจะไม่แตกต่างกันมาก แต่การลดเวลานอนในท่านอนหงายหรือท่านอนตะแคงขวาอาจช่วยลดอาการกรดไหลย้อนในเวลากลางคืนและทำให้การนอนหลับดีขึ้น ดังนั้นในผู้ป่วยกรดไหลย้อน หากเลือกนอนตะแคงซ้ายจะช่วยลดกรดไหลย้อนได้ดีกว่าท่านอนท่าอื่น
ปรับพฤติกรรมแก้กรดไหลย้อน
- ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์
- ไม่นอนหลังรับประทานอาหารทันทีหรือภายใน 2 – 3 ชั่วโมง
- เลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้กรดไหลย้อน เช่น ของทอด ของมัน อาหารรสจัด น้ำอัดลม ชา กาแฟ เบียร์
- อย่ารับประทานอาหารเร็วเกินไป เคี้ยวให้ละเอียด
- ควรหนุนหัวเตียงให้สูงประมาณ 6 – 8 นิ้วขึ้นไป
- งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
กรดไหลย้อนแม้รักษาแล้ว ผู้ป่วยกรดไหลย้อนสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ เพราะเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล หากรักษาโรคกรดไหลย้อนแล้วไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็มีโอกาสที่ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนจะกลับมาเป็นซ้ำ และถึงแม้ผู้ป่วยจะรับประทานยาลดการหลั่งกรดติดต่อกันหลายสัปดาห์ตามที่แพทย์แนะนำก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เช่นกัน
ทั้งนี้หากผู้ป่วยกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์อาจพิจารณาการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยการส่องกล้องหลอดอาหาร การตรวจการทำงานของหลอดอาหาร และการวัดกรดในหลอดอาหารเพื่อเช็กการทำงานและความเป็นกรดด่างของหลอดอาหาร
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่