โรคมือเท้าปากในเด็ก ปี 68 ป่วยสะสมกว่า 1 หมื่นราย แนะเฝ้าระวังอาการรุนแรง
โรคมือเท้าปาก เป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี โรคนี้มักมีการระบาดช่วงฤดูฝน และมักพบการระบาดในเด็กเล็กชั้นอนุบาลในโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งโรคนี้มีตั้งแต่อาการไม่รุนแรง ไปจนถึงรุนแรงมาก เปิดวิธีป้องกันและรักษา
กรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลระบบเฝ้าระวัง DDS โรคมือเท้าปาก ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 กันยายน พ.ศ. 2568 พบว่ามีผู้ป่วยสะสม 10,344 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โยโรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ และไวรัส Coxsackie ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง แต่ในกรณีที่เกิดจากเชื้อ Enterovirus71 หรือ EV71 จะทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ โรคนี้ติดต่อได้โดยเชื้อไวรัสจะแพร่ผ่านทางระบบทางเดินอาหารและการหายใจ
สามารถติดต่อได้โดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย และยังสามารถติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสผ่านของเล่น มือของผู้เลี้ยงดู น้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยโรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ จึงทำให้สามารถติดต่อกันได้โดยที่ยังไม่แสดงอาการ
อาการของโรคมือเท้าปาก
เมื่อเชื้อโรคนี้เข้าสู่ร่างกายจะใช้ระยะเวลาฟักตัวประมาณ 3 – 7 วัน ผู้ป่วยจึงจะแสดงอาการเริ่มต้น คือ เริ่มมีไข้สูง 38 – 39 องศาเซลเซียสเป็นอาการนำก่อน จากนั้นจึงมีอาการอื่นๆ ตามมาภายใน 1 – 2 วัน ได้แก่ เจ็บคอ น้ำลายไหล กินอาหารได้น้อย อ่อนเพลีย มีแผลที่กระพุ้งแก้มและเพดานปาก มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้นและอวัยวะเพศ อาจมีผื่นตามลำตัว แขน และขาได้ มักมีอาการประมาณ 2 – 3 วันและดีขึ้นจนหายใน 1 สัปดาห์
เด็กที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง โดยทั่วไปสามารถหายป่วยเองได้ แต่ในบางรายที่กินอาหารได้น้อย อาจมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ทั้งนี้มีส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง ซึ่งมักเกิดจากเชื้อ EV71 ทำให้มีอาการสมองอักเสบ ร่วมกับระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากพบเด็กมีไข้สูง ซึม อ่อนแรง มือสั่น เดินเซ อาเจียนมาก หายใจหอบ และชัก ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์โดยด่วน
วิธีรักษาโรคมือเท้าปาก
ทั่วไปแล้วโรคนี้ไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ ซึ่งอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์จะดูแลรักษาตามอาการ เช่น การให้รับประทานยาแก้ไข้ ในรายที่เพลียมาก แพทย์อาจให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ร่วมกับให้ยาลดไข้แก้ปวด ยารักษาแผลในปาก และให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่จำเป็น ร่วมกับการเฝ้าระวังสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
การป้องกันโรคมือเท้าปาก
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก สายพันธุ์ก่อโรครุนแรง EV71 โดยแนะนำในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี 11 เดือน ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยฉีดจำนวน 2 เข็ม เว้นระยะห่างจากเข็มแรก 1 เดือน
จากผลการศึกษาพบว่าวัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมือเท้าปากที่มาจากการติดเชื้อ EV71 ได้ 97.3% มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคจากเชื้อนี้ที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลได้ 88.0% และมีประสิทธิภาพในการป้องกันความรุนแรงจากเชื้อนี้ได้ 100% หลังฉีดวัคซีนอาจมีอาการปวด บวม แดง คันบริเวณที่ฉีด มีไข้ คลื่นไส้ ถ่ายเหลว ปวดศีรษะ ซึ่งมีโอกาสพบได้น้อย แต่ทั้งนี้วัคซีนชนิดนี้ไม่สามารถใช้เพื่อป้องกันโรคมือเท้าปาก ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อ Enterovirus ชนิดอื่น รวมถึง Coxsackie Virus A16 และอื่นๆ ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก :โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน