ฝุ่นPM2.5 เกินมาตรฐาน! ภัยเงียบที่ทำลายปอดและหัวใจ สาเหตุและวิธีป้องกัน
ค่าฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่ยังเกินมาตรฐาน กระทบสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว แนะงดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากาก
มลพิษทางอากาศ ปัญหาหมอกควัน และ pm 2.5 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชนในหลาย ๆ ภูมิภาค จนบางจังหวัดในภาคเหนือมีค่า pm2.5 พุ่งสู่อันดับหนึ่งของโลก นับเป็นวิกฤติมลพิษทางอากาศpm 2.5 คือปัญหาหลักของประเทศในขณะนี้ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น ระยะสั้นอาจเป็นการระคายเคืองคอ ไอ คัดจมูก แต่ในระยะยาวอาการก็จะยิ่งรุนแรงและเป็นสาเหตุของโรคร้าย
องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติได้ระบุว่า มลพิษทางอากาศ และฝุ่นละอองpm2.5 เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ รวมถึงเกิดโรคทางเดินหายใจ เพราะไม่ใช่แค่เพียงฝุ่น pm 2.5 คือสิ่งเดียวที่เข้ามาสู่ร่างกายของเราเท่านั้น แต่ฝุ่นเองก็ยังเป็นพาหะที่นำสารเคมีอันตราย และโลหะหนักที่อยู่ในฝุ่นเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย
ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ?
pm 2.5 คือ ชื่อของฝุ่นชนิดหนึ่ง คำว่า pm 2.5 ย่อมาจาก Particulate Matters เป็นคำเรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนตัวเลข 2.5 นั้นมาจากหน่วย 2.5 ไมครอน ซึ่งฝุ่นจิ๋วนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีขนาดเล็กเทียบเท่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผม และจะกระจายอยู่ในอากาศได้นานกว่าฝุ่นละอองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะฝุ่น pm 2.5 สามารถลอยอยู่ในอากาศได้เป็นระยะเวลานานและไกลถึง 1,000 กิโลเมตร
ฝุ่น pm 2.5 ที่มีขนาดเล็กมากที่ขนจมูกของเราไม่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้นได้ จนสามารถสูดเข้าไปโดยผ่านทางเดินหายใจส่วนต้นจนไปยังทางเดินหายใจส่วนปลาย เมื่อเข้าถึงถุงลมแล้วมีโอกาสทะลุเข้าถึงกระแสโลหิต และจะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหากับอวัยวะภายในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้เช่นกัน
เชื่อว่าหลายคนเองก็ต้องคุ้นเคยกับคำว่า ค่า AQI โดย AQI นั้นย่อมาจาก Air Quality Index หรือดัชนีคุณภาพอากาศ คือ การรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงข้อมูลตามแต่ละพื้นที่ที่ตนเองอยู่แบบเรียลไทม์ ระบุภาพรวมของคุณภาพอากาศในบริเวณนั้น ๆ เป็นอย่างไรอยู่ในระดับใด เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่
ซึ่งทาง กรมควบคุมมลพิษ. (2562). ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า ดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า ใช้เป็นตัวแทนค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) โอโซน (O3) คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)
เกณฑ์ของดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย
- 0 – 25 ดีมาก สีฟ้า สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ
- 26 - 50 ดี สีเขียว สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ
- 51 – 100 ปานกลาง สีเหลือง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- 101 – 200 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สีส้ม ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองร่วมด้วยผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองร่วมด้วย ถ้ามีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์
- 201 ขึ้นไป มีผลกระทบต่อสุขภาพ สีแดง ทุกคนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองร่วมด้วย หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
สาเหตุของ PM 2.5
ปัญหาเรื่องpm 2.5 คือสิ่งที่ประชาชนต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้ คุณภาพอากาศที่เป็นอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือในต่างจังหวัดบางภูมิภาคเองก็มีระดับที่เสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน ซึ่งสาเหตุของฝุ่น pm 2.5 เกิดจากหลายสาเหตุ
- การเผาป่าและไฟป่า ไฟป่าสามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ทั้งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ฟ้าผ่า กิ่งไม้เสียดสีกันของวัสดุทางธรรมชาติ หรือการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากแสงแดดในพื้นที่แห้ง แต่ในขณะเดียวกันพบว่า 90% ของไฟป่าในประเทศไทยเกิดจากการเผาป่าโดยมนุษย์เพื่อการเก็บหาของป่า การจุดไฟให้พื้นป่าโล่งสะดวกในการเดิน การจุดเพื่อกระตุ้นการงอกและกระตุ้นการแตกใบใหม่ของพืชผัก ซึ่งการเผาป่าและไฟป่ายิ่งส่งผลให้เกิด ควันไฟ หมอก ขี้เถ้า แก๊สพิษ รวมถึงฝุ่น pm 2.5
- มลพิษ ควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ จากข้อมูลโดยกรมควบคุมมลพิษ ด้วยการจราจรที่ติดขัดในแต่ละวัน และเครื่องยนต์ดีเซลเก่าเป็นอีกสาเหตุที่สำคัญที่สุด กระบวนการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลทำให้เกิดเขม่า และควันดำ ซึ่งควันดำเหล่านี้ยังมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5
- อุตสาหกรรม การก่อสร้าง เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ถ่านหิน และเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระบวนการอุตสาหกรรมอย่าง การบด การโม่ การระเบิดหิน ไปจนถึงการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากก่อสร้าง ส่งผลกระทบ
- การเผาภาคเกษตร การเผาในภาคการเกษตร หรือการเผาในที่โล่งเป็นอีกหนึ่งในต้นตอที่สำคัญที่ทำให้เกิดฝุ่น pm 2.5 การเผาเศษวัสดุการเกษตรเพื่อลดต้นทุน เช่น การเผาอ้อย การเผาในไร่ข้าวโพดนาข้าว และไร่หมุนเวียน ถือเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
pm 2.5 คือ ปัญหาที่ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหานี้อย่างต่อเนื่องในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา pm 2.5 ปกคลุมหนาไปทั่วทุกพื้นที่ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้คนไทย เนื่องจากค่า pm2 5 ที่พุ่งสูงไปจนติดอันดับ 1 ของโลก
โดยอากาศที่อยู่บริเวณพื้นดินนั้นจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่าอากาศที่ลอยอยู่บนฟ้า และตามปกติอากาศอุณหภูมิสูงจะเคลื่อนตัวไปยังอากาศอุณหภูมิต่ำ และจะพัดพาเอาฝุ่นละออง ควัน มลพิษต่าง ๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้า แต่อากาศเย็นในฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงจากทางตอนเหนือของประเทศเคลื่อนตัวลงมาปกคลุมพื้นที่ของประเทศไทยทำให้เกิดลักษณะของ อากาศปิด ฝุ่นpm 2.5 ควันต่าง ๆ ไม่สามารถลอยขึ้นไปได้และไหลย้อนลงสู่พื้นดินจนสะสมมากขึ้นบวกกับสภาพอากาศไม่ถ่ายเทอีกด้วย จึงเป็นที่มาให้เราต้องสูดดมฝุ่นควันเหล่านี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งpm 2.5 มักเกิดขึ้นในช่วงต้นปีและปลายปี
- กรุงเทพมหานคร พบว่าสถานการณ์ฝุ่นจะรุนแรงเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวในเดือนธันวาคม - มีนาคมจึงมักเกิดฝุ่นในช่วงเดือนนี้ ช่วงเวลานี้อากาศนิ่งกว่าช่วงอื่น ๆ
- ภาคกลาง พบว่าสถานการณ์ฝุ่นจะรุนแรงช่วงเดือนมกราคม – เมษายน ได้รับผลกระทบจากฝุ่นข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน และการเผาภาคเกษตร
- ภาคตะวันตกและตะวันออก พบว่าสถานการณ์ฝุ่นจะรุนแรงในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เป็นระยะที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวนาข้าว พืชผลทางการเกษตร และจะเริ่มทำการเผาเพื่อปรับปรุงพื้นที่เตรียมเพาะปลูกรอบใหม่
- ภาคเหนือ พบว่าสถานการณ์ฝุ่นจะรุนแรงโดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม – พฤษภาคม ภาคเหนือเป็นพื้นที่ราบที่มีภูเขาล้อมรอบ ลักษณะเหมือนแอ่งกระทะ ช่วงเดือนดังกล่าวเป็นช่วงที่สภาพอากาศนิ่งและแห้ง ไร้ลมพัด มีความกดอากาศสูงเกิดไฟป่าง่าย รวมถึงมักมีการเผาภาคการเกษตรในช่วงนั้น
- ภาคใต้ พบว่าสถานการณ์ฝุ่นจะรุนแรงในช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ซึ่งมาจากช่วงอุณหภูมิอากาศสูง และความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ รวมถึงฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านที่พัดเข้ามา
ผลกระทบต่อสุขภาพของ PM 2.5 คืออะไร
อย่างที่ทราบว่าpm 2.5 คือ ฝุ่นขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเราได้สูด ฝุ่นpm 2.5 เข้าไปเป็นจำนวนมากเท่าไรแล้ว จนจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อเกิดอาการผิดปกติของร่างกาย สามารถเช็ก อาการแพ้ฝุ่น pm 2.5 และทางเราได้รวบรวมผลกระทบต่อสุขภาพของpm 2.5ไว้ ดังนี้
- ระบบทางเดินหายใจ เมื่อเราสูดหายใจเอาpm 2.5 เข้าไปจะก่อให้เกิดการไอ ระคายเคือง แสบจมูก หอบหืด หายใจลำบาก ในบางรายฝุ่น pm 2.5จะกระตุ้นอาการกำเริบของโรคได้ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง และอาจทำให้การทำงานของปอดเสื่อมลง
- ระบบผิวหนัง ฝุ่น pm 2.5สามารถทำลายเซลล์ผิวหนังกำพร้าของมนุษย์ ก่อให้เกิดการคันตามร่างกายและปวดแสบทั้งตัว ระคายเคืองผิวหนัง ผดผื่นขึ้นตามตัว ไปจนถึงก่อให้เกิดสิวที่ใบหน้า
- ดวงตา เยื่อบุตาเป็นส่วนที่สัมผัสกับปัจจัยภายนอกโดยตรง ทั้งมลพิษและฝุ่น pm 2.5ที่จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองที่ตา ตาแห้ง ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ ในระยะยาวอาจทำให้จอประสาทตาผิดปกติ ส่งผลต่อการมองเห็นได้
วิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5
- สวมหน้ากากอนามัย โดยหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานกรองฝุ่นควันและเชื้อไวรัสขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอนคือ N95 หรือถ้าหากหาไม่ได้ก็สามารถใช้หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น หรือหน้ากากแบบผ้า ควรสวมหน้ากากเมื่อต้องออกเดินทางไปนอกบ้านหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- อุปกรณ์ลดฝุ่น หรือเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน ฝุ่นสามารถฟุ้งกระจายและเล็ดลอดเข้ามาภายในบ้านของเราได้ การมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง เครื่องฟอกอากาศก็จะดูดฝุ่นละออง pm 2.5 มลพิษอนุภาคเล็กและปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทน ทั้งนี้ควรล้างอุปกรณ์ เช่น แผ่นกรองอย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน
- งดกิจกรรมกลางแจ้ง หากใครไม่มีความจำเป็นในการไปทำกิจกรรมกลางแจ้งจริง ๆ ควรงดในช่วงที่ค่าฝุ่น pm 2.5 พุ่งสูง เช่น การออกกำลังกายในสวนสาธารณะ
- ไม่ตากผ้าในที่โล่งแจ้ง pm 2.5 คือ ฝุ่นจิ๋วที่สามารถเกาะติดเสื้อผ้าเราได้ และการตากเสื้อผ้าในที่โล่งแจ้งก็จะนำฝุ่นเข้ามาหาเรามากยิ่งขึ้น ควรตากผ้าในที่ที่มีหลังคา ในอาคาร หรือใช้เครื่องอบผ้าก็ยิ่งดี
- หลีกเลี่ยงการใช้เตาฝืน จุดธูปเทียน เนื่องจากฝุ่นละออง สารตะกั่ว ก๊าซพิษต่าง ๆจากการเผาไหม้ เหล่านี้ระดับมลพิษในอากาศเพิ่มสูงขึ้น
วิกฤตฝุ่น pm 2.5 คือสภาพอากาศที่เป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย นอกจากประชาชนต้องหาวิธีป้องกันตนเองให้สามารถยังใช้ชีวิตตามปกติต่อไปได้ ภาครัฐเองก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นโดยการออกมาตรการที่เคร่งครัดขึ้นเพื่อลดปริมาณการกระทำที่เป็นต้นตอสาเหตุของฝุ่น pm 2.5 อย่างยั่งยืน
ในทางกลับกันความรุนแรงของปัญหาpm 2.5 มีแนวโน้มและกินระยะเวลานานอย่างเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าปัญหาสุขภาพที่สะสมฝุ่น มลพิษ และสารเคมีต่าง ๆ ยิ่งทำให้ระบบทางเดินหายใจ ระบบผิวหนัง ดวงตาเสื่อมลง จนเป็นอันตรายก่อให้เกิดโรคร้ายแรง เพราะฉะนั้นหากอยากป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป ควรรีบไปตรวจสุขภาพร่างกาย และหากมีอาการผิดปกติที่อาจจะเป็นสาเหตุของโรคร้ายก็ควรจะรีบรักษาให้ถูกวิธีด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้น ๆ โดยเฉพาะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์