โยเกิร์ต แหล่งโปรตีนและแคลเซียม ช่วยย่อย ดีต่อสาวๆ ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
โยเกิร์ตคือผลิตภัณฑ์นมหมัก แบ่งเป็นชนิดครีมและพร้อมดื่ม อุดมโปรตีน ช่วยระบบลำไส้ ดูดซึมแคลเซียมดี เสริมภูมิ ควรเลือกรสธรรมชาติ ลดน้ำตาล
โยเกิร์ต หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักของนม โดยมีการเติมเชื้อจุลินทรีย์หรือยีสต์ลงไปเพื่อหมักให้เกิดกรดแลคติค ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีรสเปรี้ยว มีกลิ่นเฉพาะตัวตามแต่เชื้อที่ใช้ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
- โยเกิร์ตชนิดครีม เป็นนมเปรี้ยวที่ทำจากนมเกือบ 100 % ถ้าเป็นแบบเติมผลไม้ Flavoured Yoghurt ) จะมีนมประมาณ 50-85 % และมีการเติมนมผงพร่องมันเนยเพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีน
- โยเกิร์ตพร้อมดื่ม เป็นนมเปรี้ยวพร้อมดื่มที่ทำจากโยเกิร์ตชนิดครีมผสมด้วยน้ำผลไม้ มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบร้อยละ7 – 10
ประโยชน์โยเกิร์ต
- แหล่งโปรตีนชั้นเลิศ มีโปรตีนมากกว่าในนมถึง 20 เปอร์เซ็นต์ สามารถย่อยง่ายไม่ทำให้ท้องอืดได้
- ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อลำไส้ สามารถยังยั้งอาการปวดท้องหรือท้องเสียที่เกิดจากเชื้อดังกล่าวได้
- กินโยเกิร์ตเป็นประจำนั้นสามารถรักษาอาการท้องเสีย หรือโรคแผลในกระเพาะอาหารได้
- ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากนมได้ดีขึ้น
- สามารถช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่อยู่ในเลือดได้ ดังนั้นจึงมักเห็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน มีส่วนผสมของโยเกิร์ตอยู่
- ยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็ง นอกจากนั้นแลคโตบาซิลลัสยังสามารถยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียในลำไส้สร้างสารไนเตรทที่เป็นอันตรายอีกชนิดหนึ่งกับร่างกายได้อีกด้วย
- เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยมีการวิจัยบางชนิดพบว่า หากรับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ถ้วย แบคทีเรียในโยเกิร์ตจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ร่างกายป่วยไข้ได้ง่าย
- ช่วยฆ่าเชื้อราต่างๆ ได้ โดยเฉพาะเชื้อราบริเวณช่องคลอดของสาวๆ ซึ่งมักจะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์
- ทานโยเกิร์ตช่วยให้ไม่มีกลิ่นปาก เนื่องจากเจ้าแลคโตบาซิลลัส และสเตรปโตคอคคัสจะช่วยกำจัดแบคทีเรียในปากได้
- สามารถนำไปใช้ในการเสริมความงาม เช่น มาร์คหน้า พอกหน้า พอกตัว เพื่อบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใสได้อีกด้วย
ทั้งนี้ถึงแม้โยเกิร์ตจะเต็มไปด้วยประโยชน์แต่ไม่ควรหวังพึ่งในการรักษาโรค หากมีอาการป่วยผิดปกติควรพบแพทย์ ที่สำคัญควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นอันดับแรก เพื่อเลี่ยงน้ำตาลที่ใส่เข้ามาในผลิตภัณฑ์ เลือกเพิ่มวิตามินด้วยผลไม้สดแทน ทั้งนี้ควรเลือกกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล