วิธีกำจัดไรฝุ่นบนที่นอน! เรื่องเล็ก ๆ ที่เสี่ยงทำให้ภูมิแพ้กำเริบหนัก
ที่นอนและเครื่องนอนเป็นแหล่งสะสมไรฝุ่น หากไม่ทำความสะอาดสม่ำเสมอ อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก และผื่นคัน แนะซักด้วยน้ำร้อน ลดความอับชื้น และเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ
เคยไหม? นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนโซฟา หรือเตียงนอนแล้วมีอาการคันยิบ ๆ บริเวณผิว หรืออาจมีรอยแดงปรากฏตามแขน ตามขาขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือแม้แต่เกิดอาการจามไม่หยุด น้ำมูกไหล แสบตาคล้ายภูมิแพ้กำเริบ ซึ่งนั่นอาจมีสาเหตุมาจากสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “ไรฝุ่น” ก็เป็นได้ โดยไรฝุ่น เป็นไร 8 ขาชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กจิ๋วเพียง 0.3 มม. ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ชื่นชอบความชื้นเป็นพิเศษ และเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
มักเกาะอยู่ตามเส้นใยผ้า เช่น ที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา ตลอดจนผ้าม่าน โซฟาภายในบ้าน และอาหารหลักของไรฝุ่นก็คือพวกเศษผิวหนัง เศษรังแคของมนุษย์นั่นเอง
เป็นผื่นหรือตุ่มแดงๆ ใช่ไรฝุ่นกัดหรือไม่
ที่ไรฝุ่นกัดแล้วจะรู้สึกคันผิว ไรฝุ่นกัดแล้วจะเป็นผื่น ตุ่มแดงนั้นไม่เป็นความจริง! เพราะไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีตา และปากของมันก็ไม่ได้มีความแหลมเหมือนยุง หรือแมลงที่จะมากัดเราได้อีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เราเกิดอาการคันยิบ ๆ ตามผิวหนัง หรือมีผื่นแดง ตุ่มแดงขึ้นนั่นอาจเป็นเพราะว่าผิวเราไวต่อสิ่งสกปรกจากซากโปรตีน หรืออุจจาระของไรฝุ่นต่างหากล่ะ! ซึ่งอุจจาระ หรือมูลของไรฝุ่นนั้นก็จะเป็นเพียงละอองเล็ก ๆ บาง ๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่อเราสูดดม หรือมาสัมผัสผิวหนังก็อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่าง ๆ ตามมาได้ในที่สุด
การนำหมอนหรือผ้าห่มไปตากแดดช่วยฆ่าไรฝุ่นได้หรือไม่
ที่อยู่อาศัยของไรฝุ่นหลัก ๆ ก็คือตามเส้นใยผ้าต่าง ๆ โดยเฉพาะผ้าปูที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม และเชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับวิธีการกำจัดไรฝุ่นที่ง่ายที่สุดอย่างการนำเครื่องนอนเหล่านี้ไปตากแดด ซึ่งขอบอกตรงนี้เลยว่าเป็นความจริงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากไรฝุ่นจะตายได้ก็ต่อเมื่อความร้อนสูงมากถึง 60 องศาเซลเซียส แต่แดดแรงจัด ๆ นั้นไม่ได้มีอุณหภูมิที่สูงขนาดนั้น แต่คุณก็สามารถนำเครื่องนอนไปตากแดดให้นานอย่างน้อย 20 นาที – 5 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่ไรฝุ่นฟักตัวได้
วิธีในการกำจัดไรฝุ่น
- หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอน ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นผ้า หรือบุนวมอยู่เสมอ ด้วยการนำไปซักในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส หรืออบผ้าด้วยความร้อนสูง เพื่อเป็นการกำจัดมูลไรฝุ่น และตัวไรฝุ่นออกไป
- นอกจากนำเครื่องนอนไปซักแล้ว แนะนำนำไปตากแดดจัดร่วมด้วย เพื่อป้องกันไข่ไรฝุ่นฟักตัว และช่วยลดความอับชื้นไม่พึงประสงค์
- ลดเครื่องใช้ที่อาจเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น เช่น พรม ตุ๊กตา
- ใช้ผ้าปูที่นอนชนิดกันไรฝุ่น
- เลือกติดตั้งเครื่องกรองอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA Filter และต้องหมั่นเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศทุก ๆ 3 เดือน
- ทำให้พื้นที่ภายในที่พักอาศัยให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้นจนกลายเป็นที่สะสมของไรฝุ่น อาจหมั่นเปิดประตู หน้าต่างอยู่เสมอ
เรียกได้ว่าไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อันตรายที่คุณมองไม่เห็น แต่สร้างผลเสียต่อสุขภาพได้มากมาย ทั้งสุขภาพทางเดินหายใจ และสุขภาพผิว ฉะนั้นรู้ก่อนแก้ก่อน จัดการไรฝุ่นให้สิ้นซากด้วยการหมั่นทำความสะอาดบ้านและตรวจปริมาณไรฝุ่นทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อดูแลบ้านให้สะอาดและดูแลคนที่คุณรักให้ปลอดภัยจากไรฝุ่น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี