เช็กให้พร้อมก่อนส่องกล้องทางเดินอาหาร! อาหาร ยา และข้อควรรู้ก่อนตรวจ
เตรียมตัวก่อนส่องกล้องทางเดินอาหารให้พร้อม ทั้งการงดน้ำ-อาหาร เตรียมลำไส้ แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้ พร้อมรู้สัญญาณอันตรายหลังตรวจ
การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องทางเดินอาหาร อย่างเหมาะสมช่วยให้แพทย์มองเห็นเยื่อบุทางเดินอาหารได้ชัดเจนและลดปัจจัยที่อาจรบกวนการตรวจ โดยวิธีเตรียมจะแตกต่างกันระหว่างการส่องกล้องกระเพาะอาหารกับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ทั้งเรื่องการงดน้ำและอาหาร การเตรียมลำไส้ รวมถึงการจัดการยาประจำตัว จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะที่ได้รับจากแพทย์เป็นหลัก
การส่องกล้องทางเดินอาหาร เป็นการใช้กล้องขนาดเล็กตรวจดูเยื่อบุภายในทางเดินอาหาร เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติ
บางกรณีสามารถเก็บชิ้นเนื้อหรือตัดติ่งเนื้อเพื่อส่งตรวจได้ สำหรับการตรวจแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก
- ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Gastroscopy หรือ EGD) ตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น โดยสอดกล้องผ่านทางปาก
- ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่าง (Colonoscopy) สอดกล้องผ่านทางทวารหนักเพื่อตรวจลำไส้ใหญ่และไส้ตรง รวมถึงอาจตรวจถึงลำไส้เล็กส่วนปลายได้ในบางราย
ส่องกล้องทางเดินอาหาร ควรแจ้งข้อมูลอะไรให้แพทย์ทราบ?
ก่อนตรวจควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์หรือสงสัยตั้งครรภ์ รวมถึงยาหรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด เช่น warfarin, DOACs, aspirin หรือ clopidogrel ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะแพทย์ต้องพิจารณาความเสี่ยงเลือดออกจากหัตถการร่วมกับความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดของแต่ละคน
ผู้ที่ใช้ยาเบาหวานหรือยากลุ่ม GLP-1 ควรแจ้งชื่อยา ขนาดยา และอาการทางระบบทางเดินอาหารให้แพทย์ทราบ ไม่ใช่ทุกคนต้องหยุดยาเหมือนกัน แต่แพทย์จะใช้การประเมินเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเพิ่มขนาดยา หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องอืดมาก
เตรียมตัวก่อนส่องกล้องกระเพาะอาหาร
- งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนการตรวจ 6 – 8 ชม.
- ก่อนวันตรวจ 1 วัน ควรงดอาหารรสจัด แอลกอฮอล์ และกาแฟ
- งดยาบางชนิด ตามคำแนะนำของแพทย์
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ในวันตรวจควรถอดฟันปลอมชนิดถอดได้ หรือแจ้งแพทย์หากมีฟันโยก
- หากแพทย์วางแผนให้ยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึก ควรมีญาติหรือผู้ดูแลมาด้วย เนื่องจากหลังตรวจอาจยังง่วง มึนงง หรืออ่อนเพลีย
เตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่
- รับประทานอาหาร กากใยน้อยก่อนตรวจ อย่างน้อย 2 วัน ตัวอย่างอาหารที่แนะนำ
- ข้าวขาว, โจ๊ก, ขนมปังขาว
- เต้าหู้, ไข่
- ซุปใส
- งดทานผักและผลไม้ทุกชนิด
- รับประทานยาระบาย ตามแพทย์สั่งเพื่อช่วยให้ลำไส้สะอาดและเห็นภาพชัดเจน ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- งดดื่มนม ชา กาแฟ ตามคำแนะนำเพื่อช่วยการเตรียมลำไส้ หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องน้ำจากโรคประจำตัว
- งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนการตรวจ6 – 8 ชม.
หลังส่องกล้องทางเดินอาหาร ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
หลังตรวจควรพักจนรู้สึกตัวดี หากได้รับยาระงับความรู้สึกควรมีผู้ดูแลพากลับบ้าน และปฏิบัติตามข้อจำกัดเรื่องการขับรถหรือกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ การเริ่มดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนหรือมีการตัดชิ้นเนื้อ/ติ่งเนื้อ เพราะข้อปฏิบัติอาจแตกต่างกันตามหัตถการที่ทำ
อาการหลังส่องกล้องแบบไหนพบได้ และแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
หลังส่องกล้องอาจรู้สึกแน่นหรือท้องอืดเล็กน้อยจากลมที่ใช้ระหว่างตรวจ หรือระคายคอหลังส่องกล้องส่วนบน ซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราว แต่หากมีอาการปวดท้องหรือเจ็บหน้าอกรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น หายใจลำบาก มีไข้ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเลือดออกมาก หน้ามืด หรือเป็นลม ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการประเมินอย่างทันท่วงที
หัวใจสำคัญของการเตรียมตัวส่องกล้องทางเดินอาหาร คือการทำตามคำแนะนำไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงดน้ำและอาหาร หรือการเตรียมลำไส้ให้พร้อม รวมถึงการแจ้งโรคประจำตัวและยาทุกชนิดแก่แพทย์ และไม่หยุดยาด้วยตนเอง หากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระดำ กลืนลำบาก ปวดท้องเรื้อรัง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อพิจารณาวิธีตรวจที่เหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ