นอนพอแต่ยังเพลีย! เช็ก 10 อาการ “ไทรอยด์ต่ำ” เหนื่อยง่าย ขี้หนาว น้ำหนักเพิ่ม
นอนพอแต่ยังเหนื่อย ง่วงซึม สมองตื้อ ไม่มีแรง โดยเฉพาะมีน้ำหนักเพิ่ม ขี้หนาว ผิวแห้ง ท้องผูกร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณ “ไทรอยด์ต่ำ” แนะตรวจเลือดยืนยัน
เหนื่อยง่าย ง่วงซึม สมองตื้อ ไม่มีแรง และรู้สึกเหมือนนอนไม่พออยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อย แต่หากนอนเต็มที่แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำหนักเพิ่ม ขี้หนาว ผิวแห้ง หรือท้องผูกร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ได้
ไทรอยด์ต่ำคืออะไร ?
ภาวะไทรอยด์ต่ำ คือ ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมรูปคล้ายผีเสื้อที่อยู่บริเวณด้านหน้าลำคอ
ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่มีส่วนควบคุมการใช้พลังงาน อุณหภูมิร่างกาย การเต้นของหัวใจ การทำงานของสมอง กล้ามเนื้อ และระบบต่าง ๆ เมื่อระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำลง กระบวนการทำงานหลายอย่างของร่างกายจึงช้าลง ผู้ป่วยอาจรู้สึกเฉื่อยชา อ่อนเพลีย คิดช้าลง หรือไม่มีแรงคล้ายกับคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
อาการไทรอยด์ต่ำเหมือนคนพักผ่อนน้อยจริงหรือ ?
จริงบางส่วน เพราะทั้งสองภาวะอาจทำให้เกิดอาการเหนื่อย ง่วง สมาธิลดลง หลงลืมง่าย อารมณ์ไม่สดใส และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่เต็มที่ ความเหนื่อยจากการพักผ่อนน้อยมักมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลานอนหรือภาระงาน และอาจดีขึ้นเมื่อได้นอนอย่างเพียงพอ แต่ความเหนื่อยจากภาวะไทรอยด์ต่ำอาจยังคงอยู่แม้นอนเต็มที่แล้ว และมักมีอาการผิดปกติด้านอื่นร่วมด้วย
ข้อสังเกตนี้ใช้เพื่อช่วยประเมินอาการเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากอาการไทรอยด์ต่ำคล้ายกับโรคหรือภาวะสุขภาพอื่นได้หลายอย่าง จึงไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อยืนยัน
เช็กอาการร่วมที่อาจไม่ใช่แค่นอนน้อย
ภาวะไทรอยด์ต่ำอาจทำให้เกิดอาการแตกต่างกันในแต่ละคน และไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อ โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ง่วงซึม หรือรู้สึกไม่มีแรง
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ขี้หนาวหรือทนต่ออากาศเย็นได้น้อยลง
- ความคิดและการตอบสนองช้าลง หลงลืมง่าย
- อารมณ์เศร้า หดหู่ หรือไม่กระตือรือร้น
- ผิวแห้ง ผมแห้ง ผมบาง หรือผมร่วงมากขึ้น
- ท้องผูก
- ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ หรือเป็นตะคริวง่าย
- หัวใจเต้นช้าลง
- ประจำเดือนมามาก มาไม่สม่ำเสมอ หรือมีปัญหาเรื่องการมีบุตร
อาการมักค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ผู้ป่วยบางคนจึงอาจไม่ทันสังเกตความเปลี่ยนแปลงเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี
พักผ่อนน้อยกับไทรอยด์ต่ำ ต่างกันอย่างไร ?
ความเหนื่อยและการฟื้นตัว
- พักผ่อนน้อย: ความล้าเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น การอดนอนหรือทำงานหนัก เมื่อได้นอนหลับพักผ่อนชดเชยอย่างเต็มที่ ร่างกายจะสดชื่นและกลับมาเป็นปกติได้เร็ว
- ภาวะไทรอยด์ต่ำ: เกิดจากต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าสะสมเรื้อรัง ตื่นนอนแล้วก็ยังรู้สึกอ่อนเพลียเหมือนไม่ได้นอน
อาการร่วมทางร่างกาย
- พักผ่อนน้อย: มักส่งผลทางด้านสมองและอารมณ์ เช่น สมาธิสั้นลง หงุดหงิดง่าย ง่วงนอนระหว่างวัน
- ภาวะไทรอยด์ต่ำ: ส่งผลต่อระบบเผาผลาญทั่วร่างกาย ทำให้มีอาการเฉพาะตัว เช่น ขี้หนาวกว่าปกติ, น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นทั้งที่ทานเท่าเดิม, ท้องผูก, ผิวแห้งกร้าน, ผมร่วงบาง หรืออัตราการเต้นของหัวใจช้าลง
แนวทางการดูแลและการยืนยัน
- ประเมินจากพฤติกรรมและคุณภาพการนอน
- ต้องตรวจเลือดประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์
แม้จะมีข้อแตกต่าง แต่ไม่ควรใช้ตารางนี้วินิจฉัยโรคด้วยตนเอง เพราะอาการอ่อนเพลียและน้ำหนักเพิ่มสามารถเกิดจากหลายสาเหตุได้
สาเหตุของภาวะไทรอยด์ต่ำ
สาเหตุที่พบบ่อยคือ โรคฮาชิโมโตะ หรือ Hashimoto’s disease ซึ่งเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำลายต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้ต่อมไทรอยด์อักเสบและผลิตฮอร์โมนได้น้อยลง
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากต่อมไทรอยด์อักเสบ การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ การรักษาด้วยไอโอดีนรังสี การฉายรังสีบริเวณคอ ยาบางชนิด รวมถึงความผิดปกติของต่อมใต้สมองหรือสมองส่วนไฮโปทาลามัส ส่วนการได้รับไอโอดีนมากหรือน้อยเกินไปก็อาจเกี่ยวข้องได้ในบางกรณี
เหนื่อยง่าย ง่วงซึม สมองตื้อ ไม่มีแรง และรู้สึกเหมือนนอนไม่พออยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อย แต่หากนอนเต็มที่แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำหนักเพิ่ม ขี้หนาว ผิวแห้ง หรือท้องผูกร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ได้
ใครบ้างที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ?
ควรปรึกษาแพทย์เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือเฉื่อยชาผิดปกติแม้พักผ่อนเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหลายอย่างร่วมกัน หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์
- เคยมีโรคหรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
- เคยผ่าตัดต่อมไทรอยด์หรือรักษาด้วยไอโอดีนรังสี
- เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณศีรษะ คอ หรือหน้าอก
- อยู่ในช่วงหลังคลอด
- มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดอื่น
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตรควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม เนื่องจากภาวะไทรอยด์ต่ำที่ไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลต่อทั้งมารดาและทารกได้
ตรวจอย่างไรถึงรู้ว่าเป็นไทรอยด์ต่ำ ?
แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ โดยการตรวจที่ใช้บ่อย ได้แก่
- TSH หรือ Thyroid-Stimulating Hormone เป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองที่ทำหน้าที่กระตุ้นต่อมไทรอยด์ โดยทั่วไปค่า TSH ที่สูงอาจบ่งชี้ว่าต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้ไม่เพียงพอ
- Free T4 เป็นการตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ชนิดที่พร้อมเข้าสู่เนื้อเยื่อ หากระดับ Free T4 ต่ำร่วมกับ TSH สูง อาจสนับสนุนการวินิจฉัยภาวะไทรอยด์ต่ำ
แพทย์อาจพิจารณาตรวจแอนติบอดีต่อไทรอยด์เพิ่มเติม เช่น TPO antibody หากสงสัยโรคฮาชิโมโตะ อย่างไรก็ตาม การแปลผลต้องพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และภาวะอื่นของผู้ป่วย
เหนื่อยง่าย ง่วงซึม สมองตื้อ ไม่มีแรง และรู้สึกเหมือนนอนไม่พออยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อย แต่หากนอนเต็มที่แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำหนักเพิ่ม ขี้หนาว ผิวแห้ง หรือท้องผูกร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ได้
ไทรอยด์ต่ำคืออะไร ?
ภาวะไทรอยด์ต่ำ คือ ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมรูปคล้ายผีเสื้อที่อยู่บริเวณด้านหน้าลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่มีส่วนควบคุมการใช้พลังงาน อุณหภูมิร่างกาย การเต้นของหัวใจ การทำงานของสมอง กล้ามเนื้อ และระบบต่าง ๆ เมื่อระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำลง กระบวนการทำงานหลายอย่างของร่างกายจึงช้าลง ผู้ป่วยอาจรู้สึกเฉื่อยชา อ่อนเพลีย คิดช้าลง หรือไม่มีแรงคล้ายกับคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
ไทรอยด์ต่ำรักษาได้หรือไม่ ?
ภาวะไทรอยด์ต่ำส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานยาฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน เช่น Levothyroxine เพื่อทดแทนฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตไม่เพียงพอ ปริมาณยาที่เหมาะสมของแต่ละคนจะแตกต่างกัน จึงต้องรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์และตรวจเลือดติดตามเป็นระยะ
หลังเริ่มยาหรือปรับขนาดยา แพทย์มักตรวจเลือดติดตามประมาณ 6–8 สัปดาห์ เพื่อประเมินว่าระดับฮอร์โมนเหมาะสมหรือไม่ ไม่ควรหยุดยา เพิ่มยา หรือลดขนาดยาด้วยตนเอง เพราะการได้รับฮอร์โมนมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะและกระดูกพรุนได้
นอกจากนี้ ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน สาหร่าย หรือฮอร์โมนไทรอยด์มารับประทานเอง เพราะการได้รับไอโอดีนในปริมาณสูงอาจทำให้ภาวะไทรอยด์จากโรคภูมิคุ้มกันบางชนิดแย่ลงได้
การเหนื่อยจากการพักผ่อนน้อยอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากนอนเพียงพอแล้วร่างกายยังรู้สึกช้า เหนื่อยง่าย ขี้หนาว น้ำหนักเพิ่ม ท้องผูก ผิวแห้ง หรือผมบาง อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นเพราะอายุเพิ่มขึ้นหรือทำงานหนักเพียงอย่างเดียว เพราะอาการที่ดูคล้าย “คนพักผ่อนน้อย” อาจเป็นเสียงเตือนจากระดับฮอร์โมนไทรอยด์ที่ผิดปกติ การเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ระดับฮอร์โมนกลับมาอยู่ในช่วงที่เหมาะสมและช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ นอนพอแต่ยังเพลีย อย่าชะล่าใจ เพราะบางครั้งสิ่งที่ร่างกายต้องการอาจไม่ใช่การนอนเพิ่ม แต่คือการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2