“ว่านหางจระเข้”ช่วยป้องกันผิวไหม้แดด พ่วงสรรคุณทางยาบำรุงร่างกาย
หากพูดถึงช่วยเรื่องผิวหลายคนคงนึกถึง “ว่านหางจระเข้” ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ นอกจากจะมีสรรพคุณภายนอกแล้ว หากนำมารับประทาน “อย่างถูกต้อง” จะช่วยบำรุงร่างกายได้ด้วย!
ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) หนึ่งในสมุนไพรที่มีสรรคุณหลากหลาย ซึ่งในหลายๆ ประเทศมีการนำมารักษาโรคต่างๆ มานานหลายศตวรรษ เพราะนอกจากจะสามารถใช้ภายนอกได้ อย่างเช่นการ ยาฆ่าเชื้อ ฝาดสมานแผล ห้ามเลือด ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อให้เจริญเติบโต ทำให้แผลหายเร็วขึ้น รักษาแผลธรรมดา แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลที่เกิดจากการฉายรังสี ลดอาการอักเสบ ฆ่าเชื้อโรค ช่วยประสานกระดูก รักษาโรคตับและรักษาสมองผิดปกติ
โดยเฉพาะการเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันผิวไหม้เพราะแดด บำรุงผิวหน้า กำจัดฝ้า จึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามต่างๆ และด้วยสรรพคุณที่มากมายเกินต้านนี้ว่านหางจระเข้จึงเรียกได้ว่าเป็น“สมุนไพรมหัศจรรย์จากธรรมชาติ”
นอกจากการใช้ภายนอกแล้ว ว่านหางจระเข้ ยังนิยมนำมารับประทาน เพราะความอร่อยกรุบกรอบแบบเนื้อเจลเด้งดึ๊งที่เป็นเอกลักษณ์ แต่จำเป็นต้องล้างเมือกให้สะอาดด้วย ซึ่งที่นิยมและเห็นทั่วไป คือ “น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่ม” ที่ช่วยให้สดชื่นบำรุงร่างกายไม่ให้อ่อนเพลีย บำรุงระบบขับถ่าย ช่วยบรรเทาโรคกระเพาะอักเสบด้วย
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้ศึกษาวิจัย พบว่า ว่านหางจระเข้ พันธุ์อะโล บาร์บาเดนซีส (Aloe barbadensis) เป็นพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับนำมาแปรรูป เนื่องจากมีโปรตีน ไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ
วิธีทำความสะอาดว่านหางจระเข้
- ล้างทำความสะอาดเปลือกเพื่อชะล้างเศษดิน
- ปอกเปลือกและหั่นเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาด 1×1 เซนติเมตร
- นำมาล้างยางเมือกออก
- นำมาลวกน้ำร้อน เพื่อยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ กลิ่นเหม็นเขียวและลดความขมลง
นอกจากน้ำว่านจระเข้ยังมีการนำมาดัดแปลงหลากหลาย อาทิ พล่าวุ้นว่านหางจระเข้,วุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ, ใส่ในเครื่องดื่มแทนไข่มุก,อาหารเสริมเป็นต้น
ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
- ไม่ควรใช้ในหญิงที่ตั้งครรภ์ และสตรีที่ให้นมบุตร
- การรับประทานในปริมาณมากทำให้เกิดความผิดปกติที่เฉียบพลันของระบบทางเดินอาหารได้
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดรุนแรงไม่ควรรับประทาน
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงไม่ควรรับประทาน
- การนำวุ้นใสของว่านห่างจระเข้ มาทาผิวหน้า หรือ เส้นผม ต้องล้างน้ำยางสีเหลืองออกให้หมด เพราะจะเกิดอาการระคายเคืองได้ หรือ ถึงขั้นอาการแพ้ย่างรุนแรงได้
ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการแพ้ หรือ โรคที่ระบุไว้ด้านบนควรได้รับการปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะนำมาใช้
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี,distha และ เทคโนโลยีชาวบ้าน