ไม่ชอบดื่มน้ำ! แนะ 6 อาหารช่วยรักษาระดับน้ำในร่างกาย
การรักษาระดับน้ำในร่างกายเป็นที่ต้องทำ แต่ถ้าไม่ชอบดื่มน้ำ ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ เรามีวิธีอร่อยๆ ในการรักษาระดับน้ำในร่างกายมาฝากกัน!
การดื่มน้ำเป็นสิ่งสำคัญในแต่ละวัน แต่การดื่มน้ำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณจำเป็นต้องได้รับอิเล็กโทรไลต์ในอาหารของคุณด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องใช้เวลาอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน
อิเล็กโทรไลต์พบได้บ่อยในเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา และอาหารเสริม แต่ที่จริงแล้วก็มีอาหารหลากหลายชนิดที่มีคุณสมบัติในการเติมน้ำให้กับร่างกายเช่นเดียวกัน เพียงแต่หลายคนอาจมองข้ามไป
ทีมข่าวพีพีทีวีจึงได้รวบรวมอาหารที่อุดมไปด้วยอิเล็กโทรไลต์และสารอาหาร ซึ่งจะช่วยดับกระหายและรักษาสุขภาพของเรา จากเว็บไซต์ CNET มาฝากกัน
Freepik/jcomp
แตงโม และผลไม้รสเปรี้ยว
สัญญาณดื่มน้ำไม่เพียงพอ
ความต้องการน้ำจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดตัว และกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน โดย Gabriela Barreto นักโภชนาการและนักโภชนาการด้านกีฬาที่ได้รับการรับรองกล่าวว่า มีตัวบ่งชี้ระดับน้ำอยู่ 2 อย่าง คือ “ความกระหายน้ำ” และ “สีปัสสาวะ” โดยหากคุณรู้สึกอยากดื่มน้ำ หรือมีปัสสาวะสีเข้ม นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้แล้วว่าคุณกำลังขาดน้ำ
แต่ถ้าปัสสาวะในตอนเช้าเป็นสีเข้ม ไม่ต้องกังวลไป เพราะปัสสาวะมักจะสีเข้มหลังตื่นนอน และใครที่กินวิตามินบี ปัสสาวะจะมีสีเหลืองสดใสมากขึ้น
6 อาหารเพิ่มน้ำในร่างกายที่ดีที่สุด
อาหารส่วนใหญ่มีน้ำอยู่บ้าง แต่ “ผลไม้” และ “ผัก” จัดเป็นอาหารที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของรายการ และสิ่งที่นักโภชนาการแนะนำให้กิน เพื่อเพิ่มเติมน้ำในร่างกาย สำหรับคนไม่ชอบดื่มน้ำ มีดังต่อไปนี้
แตงโม
แตงโมมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นสูง เพราะแตงโมประกอบด้วยน้ำ 92% และมีสารต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารสำคัญ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี แมกนีเซียม ไฟเบอร์ และไลโคปีน (ซึ่งเป็นเม็ดสีที่พบในผลไม้และผักที่มีสีแดง เหลือง หรือส้ม)
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่อยากกินแตงโม ก็อาจกินแคนตาลูปแทนก็ได้ เพราะมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 90% ทีเดียว และเป็นแหล่งของโพแทสเซียม โฟเลต รวมถึง วิตามินเอ และวิตามินซีที่ดี
สตรอว์เบอร์รี่
สตรอว์เบอร์รี่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุ เช่น วิตามินซี แมงกานีส และโฟเลต เป็นผลไม้ที่ใส่ในสมูทตี้ โยเกิร์ต หรือจะกินเปล่าๆ ก็ได้
สตรอว์เบอร์รี่ประกอบไปด้วยน้ำ 91% จัดเป็นผลไม้ที่สมบูรณ์แบบในการดับกระหายและตอบสนองต่อความต้องการความหวาน
ผลไม้รสเปรี้ยว
ส้ม เกรปฟรุต มะนาว และผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่นๆ สามารถกินได้หมด เพราะผลไม้รสเปรี้ยวส่วนใหญ่จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 80% จึงเป็นตัวเลือกที่กีในการเติมน้ำให้กับร่างกาย
นอกจากนี้ ยังมีวิตามินซี และไฟเบอร์สูง ซึ่งดีต่อระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย โดยผลไม้รสเปรี้ยวจะนำไปใส่ในสลัด หรือกินเปล่าๆ ก็ได้ หรือแม้แต่นำไปหมักกับ ไก่ หรือ ปลา ก็ยิ่งดีทั้งอร่อยและได้ประโยชน์
แตงกวา
แตงกวาประกอบด้วยน้ำ 95% และประกอบด้วยวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเค แมกนีเซียม และโพแทสเซียม โดยจะนำไปใส่ในสลัด แซนด์วิช หรือกินเปล่าๆ ก็ได้
นอกจากนี้แตงกวายังมีแคลอรีต่ำ และเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก เพราะช่วยให้รู้สึกอิ่มนานอีกด้วย
สวอซ
ผักสารพัดประโยชน์ชนิดนี้เหมาะจะนำไปใส่ในซุป ผักสลัด หรือเป็นเครื่องเคียง เพราะสวอซ เป็นแหล่งของวิตามินซี โพแทสเซียม และไฟเบอร์ที่ดี อีกทั้งยังประกอบด้วยน้ำ 94% ซึ่งจะช่วยให้อิ่มและคงระดับน้ำในร่างกายได้ดี
ผักกาดหอมและผักใบเขียวอื่นๆ
ผักกาดหอม ประกอบไปด้วยน้ำ 96% และมีโฟเลต ไฟเบอร์ วิตามินเค และวิตามินเอ ขณะที่ผักโขมก็มีธาตุเหล็ก กรดโฟลิก แคลเซียม วิตามินซี และวิตามินเอสูง
ในขณะเดียวกัน ผักกาดคะน้า ก็มีวิตามินเค ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดและรักษาสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง ซึ่งหมายความว่าการผสมผักใบเขียวเหล่านี้เข้าด้วยกันจะทำให้คุณได้สลัดที่มีสารอาหารครบถ้วน
เทคนิคกินอาหารเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกาย
- กินผลไม้ 2-3 ส่วน
- กินผัก 3-4 ส่วน
- กินคาร์โบไฮเดตตามความเหมาะสม (ตัวปรับให้ร่างกายดูดซึมน้ำและโซเดียมได้อย่างเหมาะสม)
ขอบคุณข้อมูลจาก : CNET