“สะตอ” ผักพื้นบ้านกลิ่นแรง ช่วยลดความดัน น้ำตาลในเลือด
สะตอเป็นผักพื้นบ้านภาคใต้ กลิ่นฉุนแต่มีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยลดความดัน น้ำตาลในเลือด เผยข้อควรระวัง และเคล็ดลับดับกลิ่นปากหลังกินสะตอ
สะตอ ผักพื้นบ้านกลิ่นฉุน ที่อยู่ในวงศ์ถั่วถิ่นกำเนิดภาคใต้ของwทย จัดเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ มีผู้นิยมบริโภคทั่ว ๆ ไป นำมารับประทานสด เป็นผักจิ้ม และปรุงอาหารได้หลายชนิดนิยมมากในอาหารใต้รสจัดจ้าน อาทิ ผัดสามเหม็น สะตอผัดกะปิกุ้ง มีคุณค่าทางอาหารสูง 100กรัมให้ พลังงาน 130 แคลอรี มีฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามิน บี และไนอะซีนด้วย อีกทั้งยังมี คุณค่าทางพืชสมุนไพรด้วย คือ ช่วยลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด เนื่องจากปัจจุบันมีผู้บริโภคสะตอมากขึ้น จึงมีการปลูกสะตอกันแพร่หลายทั่วประเทศ
Magnific/EyeEm
สะตอ
สะตอที่ปลูกมีอยู่ 2 พันธุ์
- สะตอข้าว ลักษณะฝักเป็นเกลียว ยาวประมาณ 31 ซม. กว้างประมาณ 4 ซม. จำนวนเมล็ดต่อฝักประมาณ 10 – 20 เมล็ด จำนวนฝักต่อช่อประมาณ 8 – 20 ฝัก มีกลิ่นไม่ฉุนมาก เนื้อเมล็ดไม่แน่น
- สะตอดาน ลักษณะฝักตรง ๆ ยาวประมาณ 32 ซม. กว้างกว่าสะตอข้าวเล็กน้อย เมล็ดต่อฝักประมาณ 10 – 20 เมล็ด จำนวนฝักต่อช่อประมาณ 8 – 15 ฝัก กลิ่นฉุน รสเผ็ดเล็กน้อย เนื้อเมล็ดแน่น
ประโยชน์ของสะตอ
- ลดความดันโลหิต
- ลดน้ำตาลในเลือด
- ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย
- ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา
- ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
วิธีดับกลิ่นสะตอ
เมื่อรับประทานสะตอเข้าไปแล้ว หลังรับประทานเข้าไปจะมีกลิ่นปาก ซึ่งเราสามารถกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้ได้ด้วยการรับประทานมะเขือเปราะตามไปประมาณ 2-3 ลูก ก็จะช่วยดับกลิ่นเหม็นเขียวของสะตอได้ดีในระดับหนึ่ง
ข้อควรระวังก่อนกินสะตอ
เนื่องจากสะตอมีกรดยูริกสูง สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์หรือผู้ที่มีกรดยูริกในร่างกายสูงเกินค่ามาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสะตอ เพราะอาจจะทำให้โรคเกาต์กำเริบได้ และกรดยูริกในร่างกายที่สูงก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่ว โรคไตอักเสบ และมีอาการหูอื้ออีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : scimath และ medthai