มะดันรสเปรี้ยว บำรุงโลหิตและช่วยขับเสมหะ แต่ต้องกินอย่างพอดี
มะดันผลไม้รสเปรี้ยว วิตามินซีสูง ช่วยขับเสมหะ ฟอกโลหิต ใช้ปรุงอาหารแทนมะนาว แต่ผู้ป่วยโรคไตหรือโลหิตจางควรเลี่ยง กินมากเสี่ยงฟันสึก
มะดัน แค่เห็นชื่อหลายคนก็เปรี้ยวปากแล้ว คนที่ชอบกินเปรี้ยวจัดน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ทั้งนิยมกินสดจิ้มกับพริกเกลือรสชาติต่างๆ นำไปแช่อิ่ม หรือ นำไปปรุงอาหารจำพวกแกง และต้มยำต่างๆ ช่วยลดกลิ่้นคาว และเพิ่มรสเปรี้ยวแทนมะนาวได้เล็กน้อย มะดัน จัดอยู่ในวงศ์ GUTTIFERAE ชื่อพื้นเมือง อื่นๆ สัมมะดัน ส้มไม่รู้ถอย ผลไม้ที่เป็นประเภทไม้ยืนต้นสูง 5-10 เมตร มักพบบริเวณริมลำธาร และริมหนองน้ำ
ผลมะดัน 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 31 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยเส้นใย 0.6 กรัม แคลเซียม 103 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 8 มิลลิกรัม วิตามินเอ 225 IU วิตามินปีหนึ่ง 0.01 มิลลิกวัน วิตามินบีสอง 0.04 มิลลิกรัม ในอาชิน 0.2 มิลลิกรัม วิตามินชี 16มิลลิกรัม
ประโยชน์ทางยา
- ใบมะดันรสเปรี้ยว แก้เสมหะ แก้กระษัย แก้ระดูเสีย
- ขับฟอกโลหิต กัดเสมหะและระบายอ่อน ๆ
ประโยชน์ทางอาหาร
- ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลมะดันใช้รับประทานเป็นผักได้ ยอดอ่อนและใบอ่อนออกในช่วงฤดูฝน
- ผลมะดันออกในช่วงปลายฤดูฝน (เดือนสิงหาคมถึงกันยายน) การปรุงอาหาร ยอดอ่อนและใบอ่อนรับประทานเป็นผักแกล้มกับอาหาร เช่น ยำและน้ำพริก (น้ำพริกปลาร้า ปลาร้าหลนปลาเจ่า ปลาจ่อมหลน) โดยรับประทานแบบสดและแบบทำให้สุก
- ผลมะดันเป็นผลไม้รสเปรี้ยว จึงนำมาใช้ปรุงอาหารเพื่อให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาวได้ หรืออาจดองน้ำเกลือเพื่อทำให้รสเปรี้ยวลดลง
รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ
- ใบรสเปรี้ยว ผลรสเปรี้ยวจัด (เปรี้ยวสุขุม) บำรุงโลหิต
- ช่วยขับเสมหะ ขับฟอกโลหิตระบายอ่อน ๆ
ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรรับประทานมะดัน เพราะมีรสเปรี้ยวมาก ซึ่งอาจไปกระตุ้นให้มีการขับปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้ไตทำงานขึ้นได้ ในส่วนของผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางไม่ควรรับประทานมะดันซึ่งมีรสเปรี้ยวเพราะจะทำให้ไปกัดฟอกโลหิตมากขึ้น และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ นอกจากนี้หากรับประทานมะดัน มากเกินไป กรดที่ให้รสเปรี้ยวจากผลของมะดัน อาจจะกัดกร่อนผิวเคลือบฟันทำให้ฟันสึกกร่อนเร็วกว่าปกติอีกทั้งยังทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : คลังความรู้ดิจิทัลด้านการเกษตร,disthai