ภาวะฮ่องเต้ซินโดรม อันตรายการเลี้ยงลูกเหมือนไข่ในหินไม่รู้จักการขัดใจ!
ใครๆก็รักลูก แต่รักแบบไหนถึงจะถูกทาง เผลอตามใจมากเกินไปเสี่ยง “ฮ่องเต้ซินโดรม” ไม่รู้จัดความลำบาก ไม่รู้จักกติกา เสี่ยงปัญหาต่อตนเองและสังคม
ฮ่องเต้ซินโดรม (Little emperor syndrome) กลุ่มเสี่ยงของโรคนี้คือ “เด็ก” ที่ถูกเลี้ยงดูโดยผู้ปกครองที่ตอบสนองความต้องการของเด็กตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เด็กผิดหวัง ไม่ขัดใจและตามใจตลอดเวลา นอกจากนั้นยังไม่เคยทำโทษแม้เด็กจะทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็ตาม ผลเสียทำให้เด็กสนใจแต่ความต้องการตนเองไม่ได้เรียนรู้การทำตามกติกาสังคม เด็กจึงมองว่าตนเป็นจุดศูนย์กลางของสังคมและรู้สึกเครียด โกรธ หรือแสดงปฏิกิริยารุนแรงเมื่อรู้สึกผิดหวังไม่เป็นตามที่ตนต้องการ
เป็นแนวทางการเลี้ยงลูกเหมือนไข่ในหิน
โดยเฉพาะกับชนชั้นกลางที่พอมีจะกินและชนชั้นบนเกือบทั้งหมดที่มีเงินทองเลี้ยงดูลูกอย่างตามใจให้อยู่กับวัตถุนิยม ตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็วทันใจ
ผลระยะยาวต่อเด็ก
- เด็กไม่ได้เรียนรู้ว่าต้องอยู่ในกติกาและข้อจำกัดใด ๆ สนใจแต่ความต้องการของตนเอง
- เด็กเติบโตขึ้นโดยไม่มีความเข้าใจเหตุและผลของสิ่งต่าง ๆ
- เด็กเห็นตนเองเป็นจุดศูนย์กลางของสังคมต้องได้สิ่งที่ต้องการตลอดเวลา
- ขาดความเคารพในตัวผู้อื่นที่คิดเห็นไม่ตรงกับตนเอง
- เมื่อรู้สึกผิดหวังจะมีอาการเครียด โกรธ โมโหหรืออาจแสดงปฏิกิริยารุนแรงที่อาจรุกล้ำสิทธิของผู้อื่น เพราะไม่คุ้นเคยกับการยอมรับความต้องการของผู้อื่น
สามารถป้องกันภาวะฮ่องเต้ซินโดรม
- ให้เวลาคุณภาพกับลูก แบ่งเวลาอยู่กับลูก พุ่งความสนใจไปที่ลูกและครอบครัวมีกิจกรรมส่วมกัน
- วางกฏเกณฑ์กับลูกบ้าง เพื่อสอนให้ทราบถึงกฏเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันในสังคม สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้
- ไม่ละเลยที่จะสอนให้ลูกรู้ถึงระเบียบวินัย การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม และการเข้าใจเห็นใจผู้อื่น
- ให้รางวัลบ้างเมื่อลูกมีความพยายาม ทำความเข้าใจว่า รางวัลนี้ไม่ใช่ให้เมื่อลูกทำได้ แต่เป็นรางวัลที่ลูกมีความพยายามที่จะทำให้มันสำเร็จ
ข้อควรระวังของการให้รางวัล ก็คือ รางวัลจะต้องเหมาะสมกับความพยายามและวัยของลูก
ฉะนั้นแม้โรคดังกล่าวจะไม่ใช่โรคทางร่างกายแต่การตามใจเด็กประหนึ่งฮ่องเต้ก็จะส่งผลเสียต่อตัวเด็กเอง ควรเดินทางสายกลางไม่ดึงหรือหย่อนจนเกินไปเพื่อให้เด็กอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างเคารพกติกาส่วนรวม
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ สถาบันพระปกเกล้า