รับมือความเครียดช่วงน้ำท่วมด้วย 10 เทคนิคดูแลสุขภาพจิต
ช่วงน้ำท่วมหลายครอบครัวเครียดและกังวล แนะนำดูแลใจด้วยการตั้งสติ พูดคุย หายใจคลายเครียด นอนพักให้พอ ออกกำลังกาย และค่อยแก้ปัญหาทีละขั้น หากไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์
ในภาวะวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้เป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบให้หลายครอบครัวต้องติดอยู่ในบ้าน หรือ อพยพมายังศูนย์พักพิง หรือแม้แต่ญาติพี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัดก็อดเป็นห่วงคนในพื้นที่ประสบภัยไม่ได้ แน่นอนว่าท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดหากจะบอกให้คุณหยุดเครียด หยุดกังวลคงจะทำได้ยากดังนั้นการปรับสภาพจิตใจให้ตั้งมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้วิกฤตครั้งนี้ผ่านไปอย่างไม่ทิ้งบาดแผลในใจ
Weerapong Narongkul
น้ำท่วมหาดใหญ่
10 ข้อคิดดีๆดูแลสุขภาพจิตช่วงน้ำท่วม
- ตั้งสติให้มั่น มองทุกปัญหาว่ามีทางแก้ไข
- หากรู้สึกท้อใจ ให้ค้นหาแหล่งสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ได้แก่ ความรักความผูกพันกับคนในครอบครัว ความศรัทธาทางศาสนา การมีเป้าหมายชีวิตที่มีคุณค่า ความเชื่อว่าปัญหาจะผ่านไปแล้วมันจะดีขึ้น การมองเห็นสิ่งดีๆ ในชีวิต
- ฝึกหายใจคลายเครียด และทักษะผ่อนคลายอื่นๆ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง
- พูดคุยกับคนใกล้ชิด อย่าคิดคนเดียว ช่วยกันปรึกษาหารือแปลงปัญหาเป็นโอกาสในการสร้างความผูกพันใกล้ชิดกัน
- บริหารร่างกายเป็นประจำ เท่าที่สภาพแวดล้อมจะเอื้ออำนวยอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที วันเว้นวัน
- ศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา
- มองหาโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน
- คิดทบทวนสิ่งดีๆ ในชีวิตเป็นประจำทุกวัน
- จัดการปัญหาทีละขั้นทีละตอน ทำในสิ่งที่ทำได้สร้างความรู้สึกสำเร็จเล็กๆ จากสิ่งที่ทำ ไม่จมไปกับปัญหาที่ยังแก้ไขอะไรไม่ได้ หลีกเลี่ยงการใช้สุราหรือสารเสพติดในการจัดการความเครียด ความทุกข์ใจ
ทั้งนี้หากไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อการรักษา เพราะความเครียดรุนแรงนำไปสู่โรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันราชานุกูล