สธ.จับมือภาคี นำร่องโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กด้วยหลัก “10 อ.” 150 รร.ทั่วไทย
สธ.จับมือภาคีนำร่องโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กด้วยหลัก “10 อ.” 150 รร.ทั่วไทย มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต นร.ราวหมื่นคน ลดภาวะอ้วนในเด็กที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 และรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) เป็นประธานเปิดตัว (Kick off) “โครงการสุขภาพดีด้วยทฤษฎีเพื่อน (ตาย) ด้วยหลัก 10 อ วิถีชีวิตใหม่ยุคดิจิทัล ปี 2565” ณ โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร
โดยมี นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ กรรมการที่ปรึกษาแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ปรึกษาโรงพยาบาลกรุงเทพ
ดร.นายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ร่วมงาน
พลอากาศเอก กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาและการออกกำลังกาย ทรงสืบสานพระราชปณิธาน ทรงเป็นแบบอย่างที่ดี มีพระราชจริยวัตรเรื่องออกกำลังพระวรกายอย่างสม่ำเสมอมา กอปรกับพระองค์ทรงริเริ่มดำเนินโครงการ “จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป สมัครเป็นจิตอาสา เริ่มต้นจากการช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งแรงกายและแรงใจ ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจดี
“การเป็นจิตอาสา” หรือการมีจิตใจเอื้ออารี พร้อมจะช่วยเหลือ หรือการให้ความช่วยเหลือคนอื่น มีผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ทำให้มีสุขภาพดี “จิตอาสา” จึงถูกนำมาเป็นแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาพดีด้วยเพื่อน (ตาย) ซึ่งเพื่อน (ตาย) คือ อวัยวะสำคัญในร่างกาย เช่น หัวใจ ปอด ตับ ไต ทำหน้าที่ทำงาน ให้ตัวเราอย่างไม่มีเงื่อนไข อวัยวะร่างกายทุกส่วน รับใช้ช่วยเหลืออย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
การมีสุขภาพดีแสดงถึงอวัยวะในร่างกายยังคงทำงานปกติ ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ควรต้องรู้จักวิธีการดูแลเพื่อน (ตาย) ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นที่มาสำหรับการดูแลเพื่อน (ตาย) ด้วยแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาพดี 10 ประการ (Thailand 10 for Health) อันเป็นแนวคิดเชื่อมโยงกันเป็นการมีสุขภาพดีด้วยทฤษฎีเพื่อน (ตาย)
ด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวว่า ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ทำให้ในปี 2565 สถานการณ์เด็กไทยมีภาวะการเจริญเติบโตด้านร่างกายยังไม่สมส่วนเพิ่มขึ้น ส่งผลพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็ก โดยพบเด็กเผชิญกับภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 15% เตี้ย 11.4 % ขณะที่ สูงดีสมส่วน มีเพียง 52.9% เท่านั้น
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงด้ร่วมกับหลายภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน เข้าถึงกิจกรรมเรียนรู้การส่งเสริมสุขภาพด้วยการเสริมสร้างทักษะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (Exercise for Health “E4H”) และการเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพ (Lifestyle for Health “L4H”) ด้วยหลัก 10 อ. ประกอบด้วย
- อ. – อาหาร : ต้องการอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่
- อ. - (ไม่)อดนอน : ต้องการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
- อ. - ออกกำลังกาย : ต้องแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย
- อ. - เช็กอัพ (ตรวจร่างกาย) : ต้องการให้ตรวจสอบสภาพเป็นประจำ
- อ. - (ติด) อาวุธ (วัคซีน) : ต้องการติดอาวุธป้องกันตัว ด้วยการรับวัคซีน
- อ. - (ไม่อ้วน) : ไม่ต้องการเป็นโรคที่มากับความอ้วน
- อ. - อันตราย 1 สารและสิ่งอันตราย : ไม่ต้องการรับสารอันตรายเข้าร่างกาย ได้แก่ แอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด และ สารอันตรายปนเปื้อนในอาหาร
- อ. - อันตราย 2 พฤติกรรมเสี่ยง : ไม่ต้องการเสี่ยงด้วยกิจกรรมอันตราย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ความปลอดภัยบนถนน จมน้ำ การบาดเจ็บอื่น (ไฟฟ้าดูดไฟฟ้าช็อต ตกจากที่สูง สิ่งของหล่นทับ สัตว์กัดต่อย) ป้องกันโควิด-19 ในนักเรียน คุณภาพน้ำดื่ม และอนามัยสิ่งแวดล้อม
- อ. - อารมณ์ : ต้องการอารมณ์ดี จะได้มีความสุขด้วย
- อ. - อาสา : ต้องการอาสาทำความดีด้วยหัวใจ บอกต่อแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาพที่ดี 10 ข้อ ให้บุคคลที่ใกล้ชิดเพื่อสุขภาพแข็งแรงและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ส่วนสาเหตุที่ต้องการส่งเสริมให้เด็กอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปเข้ามาร่วมโครงการนั้น น.อ.(พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล กล่าวว่า เด็กในช่วงวัยนี้เป็นวัยที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ถือว่าเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด การนำหลัก “10 อ.” ที่มีการนำการออกกำลังกายมาเชื่อมโยงกับสุขภาพ จะตอบโจทย์ปัญหาทางสุขภาพของเด็กได้ เหมือนกับโครงการ “FIFA 11 for Health” ที่เคยนำการเล่นฟุตบอล มาเชื่อมโยงกับสุขภาพด้วย
นายพนัส กล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการจะให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการในโรงเรียนเป้าหมายสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 130 แห่ง และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) อีก 20 แห่ง รวมทั้งสิ้น 150 แห่ง เข้าร่วมกระบวนการและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้านสุขภาพและทักษะการสร้างเสริมออกกำลังกายในโรงเรียน คาดมีนักเรียนราว 10,000 คนเข้าร่วมโครงการฯ และมุ่งขยายผลมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป
ขณะเดียวกัน ดร.นายแพทย์ไพโรจน์ กล่าวเสริมว่า หลัก 10 ถือเป็นรากฐานที่ดีให้เกิดการมีวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะสร้างจิตสำนึกทางสุขภาพที่ดูแลสุขภาพได้ดีต่อไป (Health Conscious) จะนำเด็กไปสู่การเป็นพลเมืองด้านการสร้างเสริมสุขภาพ (Active Citizen) ส่งต่อข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องให้กับคนรอบข้าง ขยายผลการสร้างเสริมขีดความสามารถของบุคคล ช่วยสร้างปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี