นักวิจัยค้นพบโรคโลหิตวิทยาใหม่ คว้ารางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น” ปี 65
“วิปร” คว้ารางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น” ประจำปี จากสุดยอดผลงาน ค้นพบโรคโลหิตวิทยาชนิดใหม่ “โรคเคแอลเอฟ 1” และ รถตรวจโควิด พระราชทาน
มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานมอบรางวัลนัก “วิทยาศาสตร์ดีเด่น” และรางวัล “นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่” ประจำปี 2565 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 40
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีและมอบโล่ให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัล
ศ.ดร.จำรัส กล่าวว่า ว่า วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการพัฒนาประเทศ และหากมองสถานะของประเทศไทยในเวทีโลก จะช่วยให้เราทราบว่ามีสิ่งใดที่เราควรทำเพื่อขยับสถานะของประเทศให้สูงขึ้น
โดย IMD World Competitiveness Center ได้จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ 63 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2565 พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 33 ขยับลงมา 5 อันดับจากปี 2564 ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อยู่อันดับที่ 38 เท่าเดิม และการศึกษาอยู่อันดับที่ 53 ดีขึ้น 3 อันดับ เมื่อมองไปที่วิทยาศาสตร์แล้วพิจารณาเฉพาะงานวิจัยที่มีคุณภาพดีเด่น (High Quality & High Impact)
นอกนี้ Nature Index ยังจัดอันดับขีดความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ของ 115 ประเทศทั่วโลกที่มีผลงานวิจัยกลุ่มดีเด่นและเป็นอันดับ พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 40 ของโลก ที่ 9 ในเขต Asia Pacific จำนวน 28 ประเทศ และเมื่อพิจารณาในกลุ่มสมาชิก ASEAN 10 ประเทศนั้นพบว่า อันดับที่ 1 คือ ประเทศสิงคโปร์ ส่วนประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 ตามด้วยประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ตามลำดับ
“เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) เคลื่อนเข้าสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม เราต้องยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด เช่นเดียวกับประเทศชั้นนำในเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ สิงคโปร์ ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องส่งเสริม และสร้างองค์ประกอบด้านต่าง ๆ ให้พร้อมเพรียง ได้แก่ 1. ส่งเสริมความเป็นเลิศในสาขาวิจัยที่สร้างศักยภาพให้กับประเทศ 2. เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 3. สนับสนุนนักวิจัยและผู้นำกลุ่มนักวิจัยขั้นแนวหน้า และ 4. สนับสนุนให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัย เพื่อเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ฯลฯ ที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ และให้ทันกับการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง” ศ.ดร. จำรัส กล่าว
ขณะที่ ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมอบรางวัลนี้จัดขึ้นมาอย่างยาวนาน จนตอนนี้ 40 ปีแล้ว ทุกปีจะมีนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นได้รับรางวัล ครั้งละ 1-2 คน เรื่องนี้สำคัญสำหรับสังคมไทยที่ให้การยอมรับและให้เกียรติผู้มีผลงานดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญเรายังมีผู้สนับสนุนเงินด้านการวิจัยต่าง ๆ อาทิ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ปูนซีเมนต์ไทย และหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หรือ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่จะได้เห็นว่าในแต่ละปีเรามีบุคคลดีเด่น หรือ ฮีโร่ที่มีผลงานดี
รางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น” 2565
สำหรับปีนี้ คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต อาจารย์ประจำสาขาโลหิตวิทยาและอองโคโลยี ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น จากผลงานการวิจัยตลอดระยะเวลา 20 ปี มากกว่า 180 เรื่อง ทางด้านอณูเวชศาสตร์ และ โลหิตวิทยาของโรคเม็ดเลือดแดงและโรคธาลัสซีเมีย โดยมีผลงานเด่น ๆ ได้แก่
- การค้นพบโรคทางโลหิตวิทยาชนิดใหม่ในคนไข้ชาวไทย และตั้งชื่อว่า “โรคเคแอลเอฟ 1”
- การค้นพบกลไกการเกิดโรคพันธุกรรมแบบใหม่จากการเปลี่ยนแปลงลำดับดีเอ็นเอ ที่ส่งผลต่อการควบคุมการแสดงออกของยีน
- การวิจัยทางคลินิกของผลการรักษาภาวะเหล็กเกินด้วยยาขับเหล็กที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย
- การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการประเมินภาวะเหล็กเกินด้วยการวิเคราะห์ภาพจากเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
- งานวิจัยเชิงลึกด้านพยาธิสรีรวิทยาของโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียทั้งในแง่กลไกทางพันธุกรรม อุบัติการณ์ สาเหตุ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ซึ่งผลงานดังกล่าวได้ถูกปรับใช้ในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคทางโลหิตวิทยาและโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียในประเทศไทยและทั่วโลก
- ผู้ออกแบบและจัดสร้างต้นแบบรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พระราชทาน (รถตรวจหาเชื้อโควิด-19)
รางวัล “นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่” 2565
ส่วนรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2565 ได้แก่ ผศ.ดร.กมลวัช งามเชื้อ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเคมี สำนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จากผลการวิจัยระดับนานาชาติ 40 เรื่อง โดยเป็นผู้วิจัยแรกหรือผู้วิจัยหลัก 25 เรื่อง ที่มีผลงานตีพิมพ์บทความวิจัยที่อยู่ในกลุ่มจัดอันดับสูงสุด 10%
และมีงานวิจัยชิ้นโบว์แดง คือ “งานวิจัยขั้นแนวหน้าทางเคมีไฟฟ้า และการประยุกต์ใช้เทคนิคเคมีไฟฟ้าในเซ็นเซอร์ตรวจวัดสารบ่งชี้โรคและสารพิษในสิ่งแวดล้อม” จนนำไปสู่การพัฒนาเซ็นเซอร์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพในตัวอย่างปัสสาวะและน้ำลาย รวมถึงการตรวจวัดสารพิษและสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จ
และ ผศ.ดร.สุรชัย กาญจนาคม อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จากผลงานชิ้นเอก คือ “การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อใช้ในการผลิตไบโอออยล์และสารเคมี” ที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหาคุณสมบัติของไบโอออยล์ที่ไม่เสถียร ทำให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีสร้างผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น