เปิดแผนเร่งรัดฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก 1 ล้านโดส
คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบแผนเร่งรัดการฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ในหญิงอายุ 11 - 20 ปี รับการขับเคลื่อน Quick Win นโยบาย “มะเร็งครบวงจร” ฉีด 1 ล้านโดส ภายใน 100 วัน เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2566 จะเร่งรัดให้บริการฉีดวัคซีนโดยโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญา และหน่วยบริการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2566 โดยที่ประชุมเห็นชอบ เร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV ในกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงอายุ 11 - 20 ปี ตาม Quick Win ของนโยบายมะเร็งครบวงจร ที่กำหนดเป้าหมายการฉีด 1 ล้านโดส ในระยะ 100 วัน เนื่องจากโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบในผู้หญิงไทยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 6,500 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิต 2,000 รายต่อปี
สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV หรือ Human Papilloma Virus ผ่านการสัมผัสโดยตรง หรือการมีเพศสัมพันธ์ สายพันธุ์ที่พบบ่อย คือ สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ที่เป็นต้นเหตุของมะเร็งปากมดลูกมากถึง 70% ซึ่งวัคซีน HPV สามารถป้องกันได้ดีโดยเฉพาะหากฉีดตั้งแต่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์จะมีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อได้ถึง 90% ส่งผลให้ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกใน 10-20 ปีข้างหน้าได้ ประเทศไทยจึงมีการฉีดวัคซีน HPV ให้กับเด็กหญิงชั้น ป.5 หรืออายุ 11 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 อย่างไรก็ตาม การฉีดในช่วงอายุหลังจากนั้นก็ยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ ซึ่งขณะนี้ เด็ก ป.5 ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจะอยู่ชั้น ม.5 หรืออายุ 17 ปี ดังนั้น การขยายกลุ่มเป้าหมายไปถึงอายุ 20 ปี จึงเหลือเพียงกลุ่มอายุ 18-20 ปี ที่อยู่ชั้น ป.5 ก่อนที่จะมีนโยบายนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วง ม.6 ถึงอุดมศึกษาปีที่ 2 รวมถึงจะเร่งฉีดเก็บตกในกลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบด้วย
สธ. เร่งฉีดวัคซีน HPV 1 ล้านโดส ภายใต้นโยบาย 30 บาทพลัส ใน 100 วัน
สำหรับแผนการฉีดวัคซีน HPV ในระยะ 100 วันแรกนั้น หลังจากสื่อสารนโยบายไปถึงผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศแล้ว
- เดือนตุลาคม 2566 จะจัดทำแนวทางการให้บริการ สำรวจจำนวนกลุ่มเป้าหมายเพื่อจัดเตรียมวัคซีน พัฒนาระบบฐานข้อมูล MOPH IC พร้อมทั้งประสานและลงนามความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อม จัดแคมเปญรณรงค์คิกออฟ และจัดบริการฉีดนำร่องเขตละ 1 จังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ
- เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2566 จะเร่งรัดให้บริการฉีดวัคซีนโดยโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญา และหน่วยบริการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือกรุงเทพมหานครกำหนด แบ่งการฉีดเป็น 2 รูปแบบ คือ กลุ่มนักเรียน ฉีดที่สถานศึกษาหลังเปิดเทอม ส่วนกลุ่มที่อยู่นอกระบบการศึกษา รวมถึงอายุ 18-20 ปี จะฉีดที่หน่วยบริการใกล้บ้าน
นายแพทย์ชลน่านกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ในปี 2567 เพื่อลดการป่วยรุนแรง การเสียชีวิต และรักษาระบบสาธารณสุขของประเทศ ได้ให้มีการศึกษาคำแนะนำในการฉีดเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำแผนการฉีดวัคซีนโควิด 19 ต่อไป
เช็ก! บริการวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก รอบเดือนตุลาคม ฟรี!