“ไข้หวัดใหญ่”ระบาดหนัก แต่หลายรพ.กำลังขาดยา "โอเซลทามิเวียร์" รักษาโรค
จากสถานการณ์ ‘ไข้หวัดใหญ่’ ระบาดหนัก เพจสหภาพและสมาพันธ์ทางการแพทย์เผยหลายโรงพยาบาลเริ่มขาดแคลนยา ‘โอเซลทามิเวียร์’ สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป ระบุ รอฟื้นมาตรการ DMHT ลุ้นเปิดเทอมผู้ป่วยลดลง สภาเภสัชแนะใช้ “ฟาวิฯ” ทดแทน
จากสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก ตามข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 9 กันยายน 2566 มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 154,829 ราย อัตราป่วยคิดเป็น 233.95 ต่อประชากรแสนคน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย
แฟนเพจเฟซบุ๊ก : สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน ที่โพสต์ไว้ก่อนหน้าว่า
โรงพยาบาลของคุณ ยังมี oseltamivir เหลือไหม ? (หลาย รพ.เกลี้ยงแล้ว)
ขณะที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก : สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์นี้ว่า
ไข้หวัดใหญ่ระบาด ยา โอเซลทามิเวียร์ (oseltamivir) หมดหลาย รพ. รอฟื้นมาตรการ DMHT ลุ้นเปิดเทอมผู้ป่วยลดลง
จากนั้นได้โพสต์ข้อความต่อว่า
ไข้หวัดใหญ่’ ระบาด แต่ ‘โอเซลทามิเวียร์’ ขาด สภาเภสัชแนะใช้ 'ฟาวิฯ' ทดแทน
ยาโอเซลทามิเวียร์ (oseltamivir) ถือเป็นยาต้านไวรัส จัดเป็น ‘ยาควบคุมพิเศษ’ มีหน้าที่ยับยั้งการทำงานของ ‘เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่’ สายพันธุ์เอ เป็นยาตัวเดียวกับที่ใช้รักษาโรคไข้หวัดนกและโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นๆ เป็นยาชนิดกินเพราะตัวยาจะดูดซึมได้ดีในทางเดินอาหาร ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้ยาตัวนี้ใน 2 ชื่อ คือ ทามิฟลู ของบริษัทโรช ราคาเม็ดละประมาณ 120 บาท และจีพีโอ เอ – ฟลูขององค์การเภสัชกรรม(อภ.) ราคาเม็ดละ 25 บาท ปัจจุบันไทยมีการสำรองยานี้แล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเม็ดและคาดว่าขณะนี้กำลังขาดแคลนในหลายโรงพยาบาลเนื่องจากมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เป็นจำนวนมาก
การใช้รักษาผู้ป่วยจะต้องรับประทานยานี้ติดต่อกัน 5 วัน วันละ 2 เม็ด รวม 10 เม็ดจึงจะถือว่าได้รับยาครบตามขนาดการรักษา อาการป่วยจึงจะหาย แต่ช้าก่อนค่ะน้องๆ อย่าเพิ่งวิ่งไปหาซื้อยานี้มากินเองเป็นอันขาด เพราะการได้รับยานี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่จะกินแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ และท้องเสีย
โดยกรณีดังกล่าวมีผู้ใช้เฟชบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก :สสส.
ภาพจาก : shutterstock