กรมสุขภาพจิต เผยหลังเหตุรุนแรงพารากอนมีผู้เข้ารับคำปรึกษาเสี่ยงสูง 23 ราย
จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ตค.2566 กรมสุขภาพจิตโดย MCATT ได้ติดตามดูแลผู้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เพื่อดูแลและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเชิงรุกมาโดยตลอด มียอดผู้รับบริการปรึกษาตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2566 มากกว่า 100 รายแล้ว มีผู้เสี่ยงสูงเป็นผู้ใหญ่ 22 คน เด็ก 1คน พร้อมเปิดสายด่วน 1667 ให้คำปรึกษาด้วย
นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมสุขภาพจิตจัดทำแผนปฏิบัติการและเยียวยาเชิงรุก พร้อมเฝ้าระวังดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ซึ่งอาการที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ ภาวะตื่นตระหนก ตื่นกลัวทั้งทางร่างกายและจิตใจ หวาดกลัว ตกใจง่าย กระสับกระส่าย วิตกกังวล คิดมาก นอนไม่หลับ หงุดหงิด สมาธิแย่ลง รู้สึกซึมเศร้า หดหู่ สิ้นหวัง หรือการคิดเรื่องทำร้ายตัวเอง
หน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิต เขตกทม.และปริมณฑล ได้แก่
- สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา
- สถาบันราชานุกูล
- สถาบันจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
- สถาบันกัลยาราชนครินทร์
- ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุขสังกัดสำนักอนามัย กทม.
ได้เร่งลงเยี่ยมติดตามเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เชิงรุกในพื้นที่ และตั้งศูนย์การค้าสยามพารากอน Care D+ Space ให้บริการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยทีมสหวิชาชีพด้านสุขภาพจิต จิตแพทย์ออน์ไลน์ พยาบาลวิชาชีพ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์และนักวิชาการสาธารณสุข พร้อมทั้งการคัดกรองดิจิทัลออน์ไลน์ แอพลิเคชั่นไลน์คิวอาร์โคด และสายด่วนโทร 1667 ร่วมให้คำปรึกษาดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทุกกลุ่มให้เข้าถึงการบริการด้านสุขภาพจิต ขณะนี้มีผู้รับบริการทุกระบบแล้วทั้งสิ้น 130 ราย เป็นผู้ใหญ่ 121 ราย และเด็ก 9 ราย พบว่ามีระดับความเครียดอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนใหญ่มีอาการนอนไม่หลับ ทีม MCATT ได้ให้การปรึกษารายบุคคลและแนะนำเทคนิคการคลายความเครียด สามารถเฝ้าระวังอาการตนเองได้
สำหรับการช่วยเหลือในเรื่องการปฐมพยาบาลสภาพจิตใจเบื้องต้นขณะนี้ จะเน้นในเรื่องของการ โดยจะทำความเข้าใจกับพื้นที่ให้สามารถปรับตัวและร่วมดูแลการปฏิบัติการเยียวยาที่สำคัญโดยใช้หลักการ ปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid: PFA) เป็นกระบวนการสำคัญในการเยียวยาจิตใจอย่างใกล้ชิด ช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ครอบครัว ญาติ และคนในพื้นที่ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบในชุมชนใกล้เคียงให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไป โดยการแนะนำการสำรวจความรู้สึกตัวเองว่าไม่สบายใจ จนไม่สามารถจัดการอารมณ์ได้ ตั้งสติและมองหาทางออก เช่น ขอคำปรึกษาจากคนใกล้ตัวรับฟังและ ใส่ใจคนรอบข้าง โดยรายที่มีปัญหาสำคัญต้องส่งต่อและดูแลต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถยังสามารถโทรศัพท์สายด่วนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต 1667 ซึ่งมียอดผู้รับบริการปรึกษาตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2566 มากกว่า 100 รายแล้ว มีผู้เสี่ยงสูงเป็นผู้ใหญ่ 22 คน เด็ก 1คน โดยปัญหาที่ขอคำปรึกษาได้แก่ ความเครียด ความวิตกกังวล เครียดวิตกกังวลเรื่องตั้งครรภ์ เครียดเรื่องลูกออทิสติกความเจ็บป่วยทางจิต เครียดเรื่องครอบครัว การปรับตัวกับเพื่อน การใช้กัญชาและปัญหาความรัก เป็นต้น
ภาพจาก : PPTV