หมอธีระวัฒน์ ยันข้อมูลพบ “แท่งย้วยสีขาว” ในศพที่ตายกะทันหัน และไม่เคยพบก่อนมีวัคซีน mRNA!
หมอธีระวัฒน์ เผยข้อสังเกตแท่งย้วยสีขาว (white clot) คล้ายหนวดปลาหมึกคาดเชื่อมโยงผลกระทบของวัคซีน mRNA ยกเคส เจ้าหน้าที่จัดการศพในต่างประเทศที่มีประสบการณ์หลาย 10 ปี 269 คน ยันไม่พบเห็น white clot มาก่อนจนมีใช้วัคซีนในปี 2021
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟชบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ต่อเนื่องถึงกรณี ผลกระทบจากวัคซีนโควิด mRNA พบแท่งย้วยสีขาว (white clot) คล้ายหนวดปลาหมึก ในศพผู้ที่ได้รับวัคซีน ไล่เป็นประเด็นใหญ่ โดยที่มาและความสำคัญของ white clot และวัคซีนโควิด mRNA
- พบแท่งย้วยสีขาว (white clot) ในกลางปี 2021 โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่เจอ แม้จะมีโควิดระบาด
- วัคซีนที่ใช้ในโลกตะวันตกเริ่มประมาณกุมภาพันธ์ 2021
- พบในคนป่วยทั้งที่ยังมีชีวิต จากการคีบออกมาจากเส้นเลือดหัวใจรวมทั้งปนอยู่ในน้ำในช่องท้องที่เห็นได้จากท่อระบายน้ำจากช่องท้อง และในคนป่วยหลังตายทันที
- พบมากในศพคนที่ “ตายทันที กะทันหัน ” และ มีตั้งแต่อายุวัยรุ่น จนถึงอายุ 30 ที่ปกติแล้วไม่ได้ พบ การตายกะทันหันเช่นนี้และยังลามไปถึงคนอายุ 50 และแน่นอน คนที่อายุมากกว่านี้ก็พบเช่นเดียวกัน
- เจ้าหน้าที่จัดการศพที่ให้ข้อมูลเป็นคนที่ ผ่านการอบรมทางวิชาชีพเป็นทางการ และมีประสบการณ์หลาย 10 ปีขึ้นไปจนถึง นานกว่า30ปีโดยไม่พบเห็น white clot เช่นนี้มาก่อนที่จะมีการใช้วัคซีน
- ในทั้งหมด ของเจ้าหน้าที่ 269 คน มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี ถึง 137 คนและทำงานมา 11 ถึง 20 ปีเป็นจำนวนถึง 60 คนด้วยกัน ซึ่งสามารถที่จะวิเคราะห์ได้ว่าก้อนที่เกิดขึ้นนั้นเป็นของปกติหรือผิดปกติแต่ละคนนั้นทำการจัดการศพโดยเฉลี่ยปีละ 100 ศพ และมากสุดถึง 300 ศพต่อปี
ในปี 2023 มี white clot ในศพ ประมาณ 20% และ 73% หรือ เจ้าหน้าที่ 197 คน ที่พบแท่งยาวสีขาวนี้ในศพ และอีก 72 คนหรือ 27% ไม่พบ โดยทั้งหมดพบในช่วงประมาณกลางปี 2021 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ทั้งสิ้น
เจ้าหน้าที่ทั้งหมดไม่พบลักษณะนี้ก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของโควิดและก่อนหน้าที่มีการใช้วัคซีนโควิด
เจ้าหน้าที6รายพบลักษณะผิดปกติเช่นนี้ใน 81 - 100% ของศพ เจ้าหน้าที่ 11 รายพบ 61- 80% ของศพ และ 29 รายพบ 41 - 60% ของศพ 48 รายพบ 21- 40% ของศพและ 112 รายพบ1 - 20% ของศพทั้งนี้อาจจะเป็นความเกี่ยวข้องกับพื้นที่และปัจจัยอื่นๆของคนที่เสียชีวิตและนอกจากนั้นในปี 2023 ยังพบลักษณะของ micro-clotting/coffee grounds/dirty bloods ประมาณ 25% โดยที่พบน้อยกว่า 5% ก่อนหน้าโควิดและก่อนหน้าที่มีการใช้วัคซีนโควิด
ลักษณะของ white clot นั้น เหมือนกับถูกหล่อมาจากเส้นเลือดไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดดำหรือแดงมีลักษณะเป็นแท่งหรือเป็นเส้น ในเส้นเลือดแดงขนาดใหญ่และขนาดกลางโดยมีความเหนียวยืดหยุ่นได้และมีความยาวเป็นฟุต ไม่เหมือนกับก้อนหรือแท่งตามปกติที่พบหลังการตายที่มีมีหลายลักษณะตามระยะเวลาหลังจากที่เสียชีวิต
จากการที่สามารถพบได้ในคนที่ยังไม่ตายและกำลังจะตายซึ่งช่วยชีวิตไม่ทันและตายใหม่ๆ จึงเป็นที่มาของข้อสันนิษฐานว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เป็นสาเหตุของการตายโดยเฉพาะที่เป็นการตายกะทันหันที่เกิดจากหลอดเลือด ร่วมกับความสามารถของวัคซีนโควิดที่ก่อให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดอยู่แล้วรวมกระทั่งถึงอวัยวะอื่นๆและหัวใจโดยที่ในหัวใจนั้นพิสูจน์แล้วว่าเกิดจากมีกระจุกหย่อมการอักเสบ ที่ตัดทางเดินไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ
"สถาบันวัคซีน" ยันไม่ปกปิดข้อมูล การเสียชีวิตจากวัคซีน ย้ำไม่มีหลักฐานชัดเจน!
นพ.ธีระวัฒน์ ยังได้เปิดเผยในโพสต์ก่อนหน้า โดยสรุปว่า ปรากฏการณ์แท่งย้วยสีขาวตันเส้นเลือด มีความพยายามที่จะสื่อให้เห็นทางวิชาการตั้งแต่ปี 2021 แต่ถูกปิดกั้น เพราะเป็นภาพลบต่อวัคซีน และในอังกฤษ บันทึกของทางการต่อเรื่องนี้ คือต้องปฏิบัติตาม นโยบาย รัฐบาล
ปรากฏการณ์นี้ควรจะถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และประชาชนทั่วไปเริ่มได้รับรู้อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะจากสื่อ YouTube ของ Dr John Campbell ที่นำข้อมูลข่าวสารโดยที่มีหลักฐานอ้างอิงวิชาการอย่างรัดกุม
โดยจากข้อมูลพบว่า ลักษณะเช่นนี้ไม่เคยพบมาก่อนหน้าปี 2021 แม้จะมีการเสียชีวิตอย่างมากมายจากโควิดก็ตาม และแท่งย้วยขาว ยังคงพบต่อเนื่องมาจนกะทั่งในปี 2024และพ้องกันกับ ข้อมูลที่ได้จากอีกหลายคณะไม่ใช่แต่ในประเทศอังกฤษเท่านั้นแต่รวมถึงเครือข่ายในสหรัฐอเมริกาซึ่งพบลักษณะเช่นเดียวกัน
ลักษณะเช่นนี้จะไม่เหมือนกับ white clot syndrome ที่พบในการฉีดวัคซีนแอสตร้าหรือเป็นผลแทรกซ้อนของการใช้สารกันเลือดแข็งตัวเฮพพาริน (thrombosis with thrombocytopenia syndrome) จากลักษณะลักษณะเหนียวกว่าและจากการวิเคราะห์จากหลายคณะพบว่ามีส่วนประกอบของไฟบริน (fibrin) และ เกร็ดเลือด (platelets) และโปรตีนซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างเปลี่ยนไปคล้ายกับโปรตีนพิษบิดเกลียว เอมิลอยด์ (amyloid) ที่เรารู้จักกันดีในโรคอัลไซเมอร์ที่พบในสมองแต่ถ้าพบแทรกอยู่ในเส้นเลือดจะทำให้เส้นเลือดผิดปกติจนกระทั่งถึงแตกได้
โดย มีข้อมูลจากแพทย์ ท่านอื่น รวมทั้ง พยาธิแพทย์ และจากลักษณะที่พบ จากศพที่เสียชีวิตภายในช่วงเวลาหนึ่งถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากว่า อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการมีเส้นเลือดสมองอุดตันรวมทั้งมีหัวใจวายจากเส้นเลือดหัวใจตันทฤษฎีที่อาจเป็นไปได้นั่นก็คือจากการที่ mRNA ในอนุภาคนาโนไขมันซึ่งในปัจจุบันทราบกันดีอยู่แล้วว่าไม่ได้หายไปจากต้นแขนที่ฉีดยาภายในสองถึงสามวัน ตามที่บริษัทวัคซีนได้ให้ข้อมูลไว้ แต่ ซึมเข้ากระแสโลหิตและเข้าเซลล์เนื้อเยื่อของทุกอวัยวะและสั่งให้เซลล์สร้างโปรตีนหนาม หรือสไปค์โปรตีน ออกมาที่ผิวของเซลล์ดังนั้นจึงถูกรับรู้ว่าเป็นศัตรูและมีความพยายามของร่างกายในการทำลายทำให้เกิดการอักเสบ
ดังนั้นในกรณีที่อยู่ที่ผิวชั้นในของเส้นเลือด จึงทำให้เกิดมีการอักเสบและมีการฟอร์ม โปรตีนที่มีโครงสร้างผิดรูป โดยรวมโปรตีนและสารเกี่ยวกับเลือดแข็งตัวเข้าไว้ด้วยกันและเกร็ดเลือดและกลายเป็นแท่งสีขาวที่อยู่ในท่อของหลอดเลือดซึ่งจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือน จนกระทั่งเลือดไม่สามารถไหลผ่านได้
จากการสำรวจพบว่าก้อนแท่งสีขาวพบลดลงจาก 30% ในช่วงปี 2022 ลงมาเป็น 20% ในช่วง 2023
นพ.ธีระวัฒน์ ยังได้ย้ำปิดท้ายว่า ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะใหม่ที่เกิด และเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจจะอธิบายกลไกผลกระทบของวัคซีนได้วัคซีนมีประโยชน์แต่ขณะนี้ขณะนี้รับทราบกันทั่วไปแล้วว่ามีผลกระทบถึงเสียชีวิตพิการและมีผลต่อเนื่องเป็นปี เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องช่วยกันรักษาเยียวยาและเปิดเผยข้อมูลให้คนทั้งประเทศทราบ มีความจำเป็นต้องหยุดการใช้วัคซีนก่อนเนื่องจากโควิดขณะนี้เป็นเรื่องปกติ และต้องหาทางพัฒนาวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูงสุดและหาทางถอนพิษที่ฝังตัวในคนไทยทั้งประเทศในขณะนี้
หมอยงสรุป 10 ข้อวัคซีนโควิด19 กาลเวลาพิสูจน์วัคซีนสูตรไขว้
ศูนย์จีโนม เผยข้อมูลลิ่มเลือดในศพ องค์กรตรวจสอบวิดีโอเผยเป็น fake news