ไทยพบผู้ติดเชื้ออหิวาต์แล้ว 4 ราย ยันยังควบคุมได้ เตรียมยาต้าน-วัคซีนช่วยเมียนมา
"สมศักดิ์ "เผยเตรียมยาต้านอหิวาต์ หรือ อหิวาตกโรค 24,000 เม็ด พร้อมวัคซีนช่วยเมียนมา หลังพบเชื้อระบาดหนักในหลายเมือง คาดว่าสูงถึง 7,000 คน ส่วนชายแดนไทย 300 คน ขณะที่ไทยพบผู้ติดเชื้อแล้ว 4 คนยืนยันยังควบคุมได้ ย้ำกินร้อนช้อนกลางล้างมือ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคอหิวาตกโรคตามพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะอยู่ติดกับชายแดนของประเทศเรา ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับ ทั้งเมืองย่างกุ้ง ยะไข่ มันดาเลย์ รวมถึงรัฐมอญ ที่ประเมินดูแล้วพบผู้ติดเชื้อประมาณ 7,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนบริเวณชายแดนของประเทศไทยที่ติดกับอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ติดกับเมืองก๊กโก ของเมียนมา ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน
ส่วนในอำเภอแม่สอดที่เป็นเขตควบคุมโรค พบผู้ติดเชื้อ 4 คน เป็นชาวเมียนมา 2 คน และคนไทย 2 คน โดยรักษาชาวเมียนมาหายและส่งกลับไปแล้ว 1 ราย โดยผู้ป่วยมีเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ และยังไม่พบการแพร่เชื้อซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์
นายสมศักดิ์ ระบุถึงการช่วยเหลือเมียนมานั้น ได้ดำเนินการส่งยาผ่านโรงพยาบาลแม่ระมาด 24,000 เม็ด ใช้กับผู้ป่วยได้ประมาน 2,400 พร้อมวัคซีนกว่า 1,482 โดส และในสัปดาห์หน้าจะมีการเตรียมเพิ่มเติมอีก 3,500 โดส ผู้ป่วยจะใช้ 2 โดส สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน 6 เดือน
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ได้เน้นย้ำประชาชนในเรื่องของการรับประทานอาหาร ต้องเป็นอาหารที่ปรุงสุกมีความร้อน กว่า 74 องศาเซลเซียส ถ้าเป็นน้ำต้ม ก็ต้องอยู่ที่ 100 องศาเซลเซียส ไม่มีการติดต่อทางลมหายใจและโรคนี้ไม่มีการติดต่อทางลมหายใจ และขอเน้นย้ำในเรื่องของการล้างมือให้สะอาด หากไปสัมผัสกลุ่มเสี่ยงหรือไปรับประทานอาหารร่วมกันต้องแจ้งกับแพทย์ให้สืบสวนโรค
“อหิวาต์” โรคท้องเสียอย่างรุนแรง ในรายที่ติดเชื้อหนักอาจเสียชีวิตได้
ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีข่าวว่ามีการระบาดของโรคอหิวาตกโรคในประเทศเมียนมา บริเวณใกล้กับชายแดน จ.ตาก ของไทย กองทัพ และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกันดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ ด้วยการปิดกั้นบริเวณชายแดนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ได้ทุกฝ่ายรับทราบ ถึงความอันตรายของอหิวาตกโรค มีการแจกถุงมือและหน้ากากอนามัย เพื่อรักษาความสะอาด และรักษาสุขอนามัยในการดำเนินการต่างๆ
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าขณะนี้ สธ.สนับสนุนทีมช่วยสอบสวนโรค เพื่อไปช่วยควบคุมสถานการณ์ โดยเชื่อว่าน่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ในเมียนมาให้ดีขึ้น ส่วนในไทย ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินส่วนหน้า โดยมีแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ไปบัญชาการเหตุการณ์
โดยจะมีการสอบสวนควบคุมโรคในผู้ป่วยทุกคนที่เข้ามาในประเทศไทย โดยโรคอหิวาตกโรค เป็นโรคอุจาระร่วงอย่างรุนแรง ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเป็นเชื้อแบคทีเรีย มียารักษา เมื่อรับเชื้อเข้าไปจะมีอาการท้องเสีย ขาดน้ำ ช็อก และอาจจะเสียชีวิตได้การติดต่อนั้นเป็นทางการกินอาหาร น้ำดื่ม ที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนเชื้ออหิวาตกโรค แนะนำให้ประชาชนกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ รวมทั้งแหล่งที่มีการกระจายอาหาร เช่น ตลาด ต้องมีสุขาภิบาลที่ดี
ส่วนสถานการณ์ล่าสุด อ.แม่สอด จ.ตาก เบื้องต้นฝั่งเมียนมาเสียชีวิตแล้ว 3 ราย เข้า รพ.ชุมชมในเมียวดี และ รพ.บ้านโก๊กโก๋ ป่วยสะสมแล้วราว 450 คน บริเวณหมู่บ้านส่วยโก๊กโก่ หรือเขตอิทธิพลจีนเทา จ.เมียวดี ตรงข้าม ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด บ้านวังผา อ.แม่ระมาด จ.ตาก โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาลแม่สอดว่า พบผู้ป่วยอหิวาตกโรคจำนวน 3 ราย ใน 3 ชุมชน คือ ชุมชนถุงทอง จำนวน 1 ราย ชุมชนร่วมแรง จำนวน 1 ราย ชุมมณีไพสณ์ 1 ราย รวม 3 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตเทศบาลนครแม่สอด
ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตากมีหนังสือด่วนที่สุดถึงสมาชิก ประกาศเตือนไปยังสมาชิกสภาอุตสาหกรรมที่มีโรงงานในพื้นที่ชายแดนแม่สอด และพื้นที่เขตเทศบาลนครแม่สอด ให้รับมือสถานการณ์อหิวาตกโรคระบาดในช่วงนี้ และให้มีการเฝ้าระวังเรื่องความสะอาด การปรุงอาหารให้สุก เนื่องจากผู้ป่วงมีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง