เช็กก่อนเอฟ! เปิดผลตรวจ “ครีมกันแดด” อินฟลูฯดัง พบหลายแบรนด์ SPF-PA ไม่ตรงกับฉลาก
สภาผู้บริโภค เปิดผลทดสอบครีมกันแดด 20 รายการ โดยคัดเลือกจากผลิตภัณฑ์ที่มีอินฟลูเอนเซอร์เป็นเจ้าของหรือเป็นพรีเซ็นเตอร์ ที่มียอดผู้ติดตามเกินหนึ่งแสนคนและสุ่มซื้อจากความนิยมของตัวผลิตภัณฑ์ พบหลายแบรนด์ SPF-PA ไม่ตรงกับฉลาก พร้อมเตรียมออก “ร่างจริยธรรรมอินฟลูเอนเซอร์” คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
สภาผู้บริโภค ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดแถลงข่าว “ผลทดสอบค่า SPF ครีมกันแดด” ซึ่งรวบรวมรายชื่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากผู้มีชื่อเสียงหรือผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์การทดสอบครั้งนี้ได้ส่งตัวอย่างวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล และเทียบข้อมูลโดยอ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง

เรื่อง การแสดงค่าความสามารถในการป้องกันแสงแดดของเครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด พ.ศ.2560 ภายใต้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558
โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การสำรวจและเฝ้าระวังในครั้งนี้ ได้เลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ผู้มีชื่อเสียงหรือผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ หรือ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) บางคนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค บางคนเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ของสารที่มีการโฆษณาต่อผู้บริโภคและสารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค เพราะความเชื่อใจจึงทำให้ผู้บริโภคอาจละเลยการตรวจสอบเรื่องคุณภาพความปลอดภัยของตัวผลิตภัณฑ์
การเลือกกลุ่มครีมกันแดดมาทดสอบ เนื่องจากเป็นสินค้าราคาค่อนข้างสูง และต้องใช้บ่อยในสภาพอากาศของเมืองไทย จึงเห็นว่า ผู้บริโภคควรมีข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ดังนั้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้ารวมถึงคุ้มครองผู้บริโภค จึงมีความเป็นต้องมีกฎหมายออกมากำกับดูแล ซึ่งสภาผู้บริโภคเตรียมจัดทำ “ร่างจริยธรรมของอินฟลูเอนเซอร์” เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องปรับตัวตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าเนื้อหาใดได้รับการสนับสนุน การนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และการใส่ใจผลกระทบระยะยาวต่อผู้ติดตามและสังคมโดยรวม
ด้าน ทัศนีย์ แน่นอุดร บรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ และรองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า นิตยสารฉลาดซื้อได้สุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าครีมกันแดดจากอินฟลูเอนเซอร์ จำนวน 20 รายการ โดยคัดเลือกจากผลิตภัณฑ์ที่มีอินฟลูเอนเซอร์เป็นเจ้าของหรือเป็นพรีเซ็นเตอร์ ที่มียอดผู้ติดตามเกินหนึ่งแสนคนและสุ่มซื้อจากความนิยมของตัวผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ ได้มีการสุ่มซื้อจากร้านค้าทางการ รวม 20 ตัวอย่าง ได้แก่ แพลตฟอร์มออนไลน์ Tiktok Shop จำนวน 10 ตัวอย่าง, Shopee 9 ตัวอย่าง และเว็บไซต์ Karmart 1 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 – 28 มกราคม 2568 และส่งตัวอย่างวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
จากนั้นเปรียบเทียบผลทดสอบการแสดงค่าความสามารถในการป้องกันแสงแดดของเครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด โดยอ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง การแสดงค่าความสามารถในการป้องกันแสงแดดของเครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด พ.ศ. 2560
การแสดงค่าความสามารถในการป้องกันแสงแดดของเครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดโดยอ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง การแสดงค่าความสามารถในการป้องกันแสงแดดของเครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด พ.ศ.2560 ซึ่งตัวอย่างที่สุ่มทดสอบมีการแสดงฉลากแสดงยี่ห้อ


ข้อสังเกต
- การแสดงฉลากเรื่องค่าประสิทธิภาพ SPF50 รวมถึงค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีเอ หรือ PA ที่พบว่ามีผลการทดสอบไม่ตรงกับที่กล่าวอ้างบนฉลากนั้น กฎหมายจะคุ้มครองประเด็นนี้อย่างไร
- ผลทดสอบค่า SPF ที่สูงกว่า 50 นั้น ไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการป้องกันรังสียูวีบี เพราะกฎหมายกำหนดว่า สามารถแสดงค่าประสิทธิภาพได้แค่ 50 หรือ 50+ เท่านั้น ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ประสิทธิภาพสูงมากแล้ว
- จากการแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์ พบว่า การแสดงวันผลิต ที่ระบุของแต่ละผลิตภัณฑ์ มีการแสดงรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน
ขณะที่ ผศ.ภก.ปรุฬห์ รุจนธำรงค์ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่ปรึกษานิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า หลักการใช้สารในเครื่องสำอาง ต้องข้อกำหนด ประเด็น นั่นคือ หากเป็น “วัตถุห้ามใช้” หมายถึง ต้องไม่มีสารนั้นอยู่ในส่วนผสมแม้แต่นิดเดียว”
แต่หากเป็น“วัตถุอาจใช้”นั่นคือ มีการกำหนดปริมาณสารสูงสุดในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ หากเกินกว่านั้น จะกลายเป็นเครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางทันที จึงต้องดูว่าสารป้องกันแสงแดดเป็นสารชนิดไหน และใส่ลงในผลิตภัณฑ์เป็นไปตามปริมาณที่กำหนดหรือไม่ ส่วนเครื่องสำอางที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 50 ขึ้นไป กฎหมายไทยให้แสดงเป็น SPF50+ ถ้าฉลากเครื่องสำอางอ้างว่ามี SPF เท่าไร แต่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่ถึงตามที่อ้าง ฉลากเครื่องสำอางนั้นจะมีลักษณะที่ใช้ข้อความไม่เป็นความจริง ซึ่งเป็นฉลากที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสสำคัญของเครื่องสำอางและฝ่าฝืน พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 22 วรรคสอง
ซึ่งมีบทลงโทษตามกฎหมาย กล่าวคือ หากยังมีการวางขายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 67 วรรคสอง ส่วนผู้ผลิต ผู้นำเข้าจะมีโทษตามมาตรา 67 วรรคหนึ่ง คือ โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หมายเหตุ
- SPF ( Sunburn Protection Factor ) เป็นค่าที่วัดประสิทธิภาพของครีมกันแดดในการป้องกัน การไหม้แดงของผิวจากรังสียูวีบี (UVB)
- ส่วน ค่า PA ( Protection grade of UVA ) ในครีมกันแดด ที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ที่เรียกว่า Persistent Pigment Darkening หรือ PPD และรายงานผลออกมาเป็นค่า PA ไล่ระดับตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++ (PA+ ถึง PA++++ เป็นค่าการป้องกัน UVA ริเริ่มโดยสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2006)