คำยืนยัน จาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุ ถึงคำสั่งระงับการจัดงาน บิ๊กเม้าท์เท่น เมื่อคืนวันที่13-14 ธันวาคม ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะไม่รู้จักใครเป็นพิเศษ เป็นเรื่ื้องของความปลอดภัยประชาชน และเป็นเรื่องความปลอดภัยของประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องของการเมือง เรื่องโควิดนี่ ใหญ่กว่าการเมืองเยอะ ถ้าประชาชนติดโควิด การเมืองเท่าไร ก็เอาไม่อยู่ จึงต้องเข้มกันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะไม่สามารถให้ประชาชนมาเสี่ยงต่อการรับเชื้อ จากคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบได้
ทั้งนี้ คำสั่งของทางราชการ ยังถือว่า มีผลทันที ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มีความจำเป็นที่จะต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืน
ทั้งนี้ เบื้องต้น กลุ่มผู้ป่วยและผู้สัมผัสจากงาน บิ๊กเม้าท์เท่น ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด ถือว่ายังไม่มีการแพร่เชื้อ ยังไม่ถึงขั้นต้องให้ผู้ที่เดินทางเข้าร่วมงานบิ๊กเมาท์เท่น กลับมากักตัว 14 วัน แต่ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และให้เฝ้าสังเกตอาการว่าตนเองมีอาการป่วยหรือไม่ เช่น คัดจมูก ไอ จาม จมูกไม่กลิ่น ลิ้นไม่รับรส แล้วถ้าหากผ่านไป 7-10 วันแล้วยังไม่มีอาการก็ถือว่าไม่มีเชื้อ
ทั้งนี้ ก็เกิดคำถามอีกว่า ต่อไป ใครจะกล้าจัดงาน จะจัดอย่างไร นายอนุทินระบุว่า การจัดคอนเสิร์ต ยังจัดได้ แต่หากเป็นรูปแบบของ hard rock ตะโกนเต้นร้อง คนหมู่มาก แบบใกล้ชิดมาก อาจจะต้องเว้นไปก่อน แต่หากจัดในรูปแบบของนั่งชิล อาจทำได้ ถึงอย่างไรคนจัดงานหรือหน่วยงานในพื้นที่ ต้องมีรูปแบบมาตรการในการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ที่เข้ามาร่วมงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ส่วนเรื่องการจัดงานปีใหม่ เคาท์ดาวน์ตามสถานที่ต่างๆ สามารถทำได้ แต่ต้องมีการขออนุญาตการจัดงาน และปฏิบัติตามมาตราการสาธารณสุข ให้คำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยของตนเองในการไม่ให้ติดเชื้อ เพราะทุกคนก็อยากให้มีการจัดงาน เพื่อหมุนเวียนของเม็ดเงินทางด้านเศรษฐกิจ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามปลดล็อกมาตรการต่างๆ จนสามารถให้มีการจัดคอนเสิร์ตได้ แต่ถ้าไม่ได้ทำตามกติกา ก็ต้องปิด เพราะต้องป้องกันการแพร่ระบาด หากมีผู้ติดเชื้อขึั้นมา คนที่ต้องรับผิดชอบคือรัฐบาล พร้อมชม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มีการตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างดี
ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการปิดบิ๊กเม้าท์เท่นไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะไม่มีใครรู้ว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างข้างใน แต่กฎหมายมีอยู่ กฎหมายอยู่เฉยๆ ถ้ามีคนละเมิดก็ต้องถูกลงโทษ
ช่วงหนึ่งนักข่าวพยายามสอบถามโยงมาถึงสถานการณ์การชุมนุม ของกลุ่ม "ราษฎร" ที่จะเกิดขึ้นช่วงปีใหม่ จะต้องใช้กฎหมายที่เข้มข้น อย่างพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า ยกเลิกไปนานแล้ว แต่ถ้าสถานการณ์กลับมาเป็นแบบเดิมก็อาจต้องทบทวนนำกลับมา เพราะส่วนตัวค่อนข้างกังวล เนื่องจากไม่รู้ว่า โควิด จะกลับมาแพร่ระบาดอีกเมื่อไหร่
ส่วนเรื่องการจัดงานฉลองเทศกาลปีใหม่ ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะสามารถจัดได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า จะต้องมีกติกา เมื่อเช้ามีประชุม ศบค.ก็มีการหารือกัน ว่าการจัดงานหลังจากนี้ ต้องมีมาตรการของแต่ละงาน ไม่ให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อได้