น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ยินข่าวกระเป๋ารถเมล์ สังกัด ขสมก. ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเติมแล้ว อยากตั้งข้อสังเกตว่า แผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาล แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ตรงจุดหรือไม่ เพราะเหมือนจะไม่มีการจัดลำดับความสำคัญในการฉีดวัคซีน ทุกวันนี้เห็นแต่แผนฉีดวัคซีนไล่หลังการระบาดอย่างเดียว แต่ไม่เห็นมีการวางแผนฉีดแบบป้องกันเลย
เปิดไทม์ไลน์ พนง.ขับรถ-พนง.เก็บค่าโดยสาร รถเมล์ 4 สาย ติดโควิด
ทั้งนี้ยกตัวอย่างการการฉีดวัคซีนในสิงคโปร์ ที่จัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็นของชีวิตประชาชนก่อน แบ่งเป็น 1.ฉีดบุคลากรทางการแพทย์ 2.บุคลากรในระบบขนส่งสาธารณะ เช่น เจ้าหน้าที่สนามบิน เจ้าหน้าที่ท่าเรือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับระบบขนส่ง เป็นต้น 3.ผู้สูงอายุ เนื่องจากรัฐบาลสิงคโปร์เข้าใจดีว่า เศรษฐกิจของประเทศจะเดินหน้าได้ต่อเมื่อประชาชนออกไปใช้ชีวิต ยังต้องเดินทางออกไปทำมาหากิน ไม่สามารถอยู่บ้านได้ทุกคน จึงวางแผนฉีดแบบป้องกัน
“ในขณะที่บ้านเรา หลังจากฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์แล้ว ลำดับต่อไปที่ควรฉีดคือเจ้าหน้าที่ให้บริการในระบบขนส่งสาธารณะ เช่น ขสมก. บีทีเอส สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สนามบิน เหล่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่เรื่อย ๆ แล้วไล่ฉีดตามหลังคลัสเตอร์เหล่านั้นอย่างเดียว” น.ส.ชยิกา กล่าว
นอกจากนี้รัฐบาลควรวางแผนการฉีดวัคซีนทั้งแบบป้องกัน และแบบควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปพร้อมกันด้วย เพราะขณะนี้นอกจากรัฐบาลจะบริหารจัดการล้มเหลวเรื่องการจัดหาวัคซีน และไม่มีวัคซีนเพียงพอแล้ว ยังบริหารจัดการแบบไม่มีแผน หรือจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังแบบผิด ๆ ทุกวันนี้ที่ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน คือการบริหารงานแบบแก้ปัญหาตามพาดหัวข่าวรายวัน ดังนั้นกว่าจะถึงไตรมาส 4 ที่วัคซีนลอตใหญ่มาถึง ชาวบ้านที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หากไม่ติดโควิดก่อน คงอดตายก่อนแน่นอน