เป็นครั้งแรกที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินลงมารับหนังสือจากภาคประชาชนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก หลังนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ พร้อมด้วยแพทย์หญิงของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ มาส่งหนังสือเรียกร้องให้เปิดแผนจัดการวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา หลังมีด่านหน้าร้องเรียนได้รับวัคซีนไม่ทั่วถึง ก่อนจะเดินคู่กันเข้าห้องประชุม และร่วมพูดคุยกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งเต็มไปด้วยความดุเดือด มีหลายช็อตที่ปะทะคารมกัน
โดยนายแพทย์ทศพร สะท้อนปัญหา ขณะนี้มีบุคลากรด่านหน้าร้องเรียนยังไม่ได้รับวัคซีน แต่พนักงานแบคออฟฟิศได้รับก่อน ตลอดจนบุคลากรที่ไม่มีความจำเป็น กลับได้รับวัคซีน และยังถูกกีดกัดจากกฎเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนดไว้ จึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข เปิดแผนการกระจายวัคซีนให้ชัดเจน การจัดลำดับความสำคัญของบุคคลที่จะได้รับวัคซีน และติดรายชื่อประจำหน่วยบริการฉีดในทุกโรงพยาบาลเหมือนเช่นหน่วยเลือกตั้ง
บรรยากาศการพูดคุยตลอด 2 ชั่วโมง มีการปะทะคารมกันเป็นระยะ เริ่มแรกระหว่างแพทย์หญิงของขวัญ และนายอนุทิน ซึ่งหลังนายอนุทินเปิดเผยว่า ไทยจะจองเพิ่มวัคซีนไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส ที่แต่เดิมจองไว้ 20 ล้านโดส และเมื่อรวมกับวัคซีนที่สหรัฐอเมริกาบริจาคอีก 2.5 ล้านโดส จะทำให้ไทยมีวัคซีนในปีนี้ 32.5 ล้านโดส ซึ่งจะเข้ามาในไตรมาส 4
แพทย์หญิงของขวัญ พูดถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่า ถือเป็นคำสัญญาของนายอนุทิน ที่ไทยจะได้วัคซีน 32.5 ล้านโดส แต่นายอนุทิน โต้กลับ บอก ไม่ได้เป็นคนผลิตวัคซีน สัญญาไม่ได้
ถัดจากนั้นแพทย์หญิงของขวัญ ถามไปที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประเด็น การจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ โดยย้ำให้ นายแพทย์เกียรติภูมิ รับปาก และสัญญาว่า ยาฟาวิพิราเวียร์จะเพียงพอต่อผู้ป่วย
หมอของขวัญ ระบุว่า “ท่านปลัด ท่านอาจารย์ สัญญาแล้วว่า ฟาวิพิราเวียร์ไม่ขาด เมื่อออกจากปากท่านแล้ว ประชาชนจะมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว”
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “ไม่ตองกดดันอาจารย์หรอก มีหน้าที่ทำให้ทุกคนอยู่แล้ว เราทำจริง ไม่ได้เล่นการเมือง ไม่เป็นแน่รัฐมนตรี นี่เป็นคำพูดจริง ๆ จากปาก”
และก่อนจะจบการพูดคุยนายแพทย์ทศพรได้สรุปการพูดคุย ระบุมีประเด็นสะกิดใจ หลังผู้บริหารกระทรวงชี้แจงกรณีพบโรงพยาบาลบางแห่งนำวัคซีนไฟเซอร์ ไปฉีดให้เจ้าหน้าที่ส่วนอื่น เช่น ธุรการ การเงิน ซึ่งยังไม่จำเป็น แต่กระทรวงไม่สามารถเข้าไปสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ทำให้นายแพทย์ทศพรบอกว่า หากระดับปลัดกระทรวง อธิบดี รัฐมนตรี สั่งการโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ได้ ก็บริหารประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้แล้ว
จนกระทั่ง นายสาธิตต้ พูดสวนว่า ไม่เป็นธรรม เรารู้จักกันดี ขอให้เอาเฉพาะประเด็นหลักๆ ที่ต้องการ ทำให้นายแพทย์ทศพรต้องโต้กลับ บอกขอพูดให้จบก่อน
บรรยากาศก็เป็นไปอย่างนี้ จนจบการประชุม ซึ่ง ภายหลังการพูดคุยนานกว่า 2 ชั่วโมง และรับหนังสือจากนายแพทย์ทศพรแล้ว นายอนุทิน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเดินออกจากห้องประชุม และไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ระบุสั้นๆ ติดภารกิจอื่นแล้วออกจากระทรวงไปทันที