พิศิษฐ์ เชื่อวาระ 8 ปี "ประยุทธ์" หมดอายุปีนี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เข้มข่าวใหญ่ เปิดประเด็นไว้ ว่า นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ยกกรณีการดำรงตำแหน่งของตัวเอง เทียบกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างน่าสนใจ โดยการเปรียบเทียบ ยึดตัวบทกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ระบุว่า การนับวาระของผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องนับต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนรัฐธรรมนูญปี 60 ประกาศใช้ พร้อมตั้งคำถามว่า ตำแหน่งอื่นๆยังต้องนับต่อเนื่อง แล้ว ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะนับใหม่ได้อย่างไร

ไล่เรียงไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งของ "นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส" อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินซึ่ง เป็นผู้ว่าฯสตง. ปี 2557 ตอนนั้น ยังใช้กฎหมายเดิม อยู่ คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ปี 2542 ถัดจากนั้น ปี 2560 ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี (กฎหมายเดิม) นายพิศิษฐ์ จึงสมัครใหม่  ถัดจากนั้น ปี 2561 มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่

 

ซึ่งในกฎหมายใหม่ เขียนบทเฉพาะกาลว่า ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่เคยดำรงตำแหน่งก่อนวันที่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ให้ถือว่า เป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย โดย “ให้นับวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎหมายนี้ นับตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง”

ข้อความนี้ทำให้นายพิศิษฐ์ มองว่า กรณีของพล.อ.ประยุทธ์ ก็ควรต้องนับวาระต่อกันไปเลย เพราะ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการให้ใครอยู่ในอำนาจมากเกินไป

พีพีทีวี ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขององค์กรอิสระอื่นๆ พบว่า แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ เมื่อออกกฎหมายใหม่ ให้ คณะกรรมการชุดเดิม สิ้นสุดอำนาจลง รอการสรรหาใหม่  กับอีกแบบ คือ ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ  แต่ไม่มี อันไหนให้นับวาระใหม่ตั้งแต่ต้น

อีกหนึ่งข้อเสนอของนายพิศิษฐ์ คือมองว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ จะรอจนมีการตีความจากศาลรัฐธรรมนูญฃ หลังวันที่ 23 สิงหาคม ไม่ควรจะ ลงนามคำสั่ง หรือ เบิกจ่ายงบประมาณอะไร เพราะ หากถูกตัดสินว่า วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จะทำให้เป็นปัญหาตามมา และจะมีการฟ้องร้องกันไม่จบสิ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ