ไล่เรียงไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งของ "นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส" อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินซึ่ง เป็นผู้ว่าฯสตง. ปี 2557 ตอนนั้น ยังใช้กฎหมายเดิม อยู่ คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ปี 2542 ถัดจากนั้น ปี 2560 ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี (กฎหมายเดิม) นายพิศิษฐ์ จึงสมัครใหม่ ถัดจากนั้น ปี 2561 มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่
ซึ่งในกฎหมายใหม่ เขียนบทเฉพาะกาลว่า ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่เคยดำรงตำแหน่งก่อนวันที่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ให้ถือว่า เป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย โดย “ให้นับวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎหมายนี้ นับตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง”
ข้อความนี้ทำให้นายพิศิษฐ์ มองว่า กรณีของพล.อ.ประยุทธ์ ก็ควรต้องนับวาระต่อกันไปเลย เพราะ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการให้ใครอยู่ในอำนาจมากเกินไป
พีพีทีวี ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขององค์กรอิสระอื่นๆ พบว่า แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ เมื่อออกกฎหมายใหม่ ให้ คณะกรรมการชุดเดิม สิ้นสุดอำนาจลง รอการสรรหาใหม่ กับอีกแบบ คือ ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ แต่ไม่มี อันไหนให้นับวาระใหม่ตั้งแต่ต้น
อีกหนึ่งข้อเสนอของนายพิศิษฐ์ คือมองว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ จะรอจนมีการตีความจากศาลรัฐธรรมนูญฃ หลังวันที่ 23 สิงหาคม ไม่ควรจะ ลงนามคำสั่ง หรือ เบิกจ่ายงบประมาณอะไร เพราะ หากถูกตัดสินว่า วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จะทำให้เป็นปัญหาตามมา และจะมีการฟ้องร้องกันไม่จบสิ้น