ประเด็นทุจริตข้ามชาติ!
ต่างเป็นข้อถกเถียงที่ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งซับซ้อน และเรื้อรัง โยงใยหลายส่วน หลายประเทศ ทั้งนี้หน่วยงานที่ได้รับหน้าที่กำกับดูแลโดยตรงอย่าง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเป็นต้องทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อประคองเหตุการณ์และแก้ไขสถานการณ์คอร์รัปชันระดับชาติที่เกิดขึ้น คุณนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์กับ รายการ เรื่องใหญ่วันนี้
ในประเด็นสินบนข้ามชาติ ปัจจุบันนี้ยังมีเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ และเป็นคดีที่ยากซับซ้อน ต้องใช้ทรัพยากรค่อนข้างสูงเพื่อตรวจสอบ ไต่สวน รวมถึงแก้ไข
เม็ดเงินความเสียหายการจากทุจริต 5% ของ GDP โลก
ความรุนแรงของคดีก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบใช้ระยะเวลานาน นิติพันธุ์ อธิบายว่า ความรุนแรงของคดีสินบนข้ามชาติ มีความสำคัญมาก ประเมินการทุจริตทั่วโลก คิดเป็นเงินของความเสียหายอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็น 5% ของ GDP โลก (ข้อมูลจาก World Economic Forum)
ซึ่งช่องโหว่ที่ทำให้เกิด สินบนข้ามชาติ เมื่อการทำธุรกิจร่วมกันระหว่างประเทศได้เข้ามาทำการค้าร่วมกับหน่วยงานรัฐ หวังชิงเค้กเมกะโปรเจค ทำให้พฤติการณ์ของการ ติดสินบนเจ้าหน้าที่ (57%) และ ติดสินบนศุลกากรเพื่อเลี่ยงภาษี (5%) ส่งผลทำให้ธุรกิจข้ามชาติกับรัฐเป็นธุรกิจสีเทาที่มีการแข่งขันสูง เป็นกระบวนการที่อาจะเกิดช่องโหว่กฏหมายแข่งขันทางการค้า ที่นำไปสู่การทุจริตเชิงนโยบายได้ในอนาคต
สร้างมาตราฐานเพื่อปราบปรามสินบนข้ามชาติ
นอกจากนั้น ประเทศไทยยังมีปัญหาใหญ่ ที่ต้องพึ่งพาคู่ค้าระหว่างประเทศ เช่น ปัญหาด้านอุปกรณ์ ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่ต้องมีสัมปทานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะกับไทย จนนำมาซึ่งการหารือกันในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อสร้างมาตราฐาน และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนที่สามารถป้องกันและปราบปรามร่วมกันได้
"ศรีสุวรรณ" ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.สอบ ส.ส. - ส.ว.เหตุสภาล่ม
"ประยุทธ์" ยืนยันไม่ยุบสภา ขอใช้เวลาที่เหลือทำงานเพื่อประชาชน
ในส่วนนี้ประเทศไทยมีกฎหมายการปราบปรามรับสินบน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของ ผู้รับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าพนักงาน และ ส่วนของเอกชน หรือคู่ค้าระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีกฎหมายที่สามารถเอาผิดในส่วนของผู้รับ แต่ส่วนที่เป็นปัญหาคือ ผู้ให้ ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติจะอยู่ในนามของนิติบุคคล
ต้นเหตุสำคัญในการกระทำผิด มักเกิดจากพนักงานบริษัทดำเนินการติดสินบนกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเป็นคู่ค้า หรือ คู่สัญญาระหว่างประเทศ รายละเอียดดำเนินการเอาผิด จะตกที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศ ที่มีกฎหมายระบุการกระทำผิดชัดเจน ขณะที่บริษัทเอกชน คู่ค้าระหว่างประเทศไม่ได้รับผลกระทบในการเอาผิดครั้งนี้
คดีคอร์รัปชันใช้เวลาไต่สวนนานถึง 7 ปี ต่อคดี
เนื่องจากความความซับซ้อน และนัยทางการเมือง แต่อีกส่วนที่ทำใช้เวลามาก คือเรื่องการไต่สวน มูลฟ้อง หรือ การเก็บหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ในองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุตัวเลขตามงานวิจัยว่า แต่ละคดีคอร์รัปชันที่ดำเนินการไต่สวน ถูกเฉลี่ยว่า ใช้เวลาดำเนินการถึง 7 ปี
ซึ่งตามกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. จะดำเนินการตั้งแต่ หาหลักฐาน สอบปากคำ รวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อสรุปให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล ก่อนส่งสำนวนต่อให้อัยการสูงสุดฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจดำเนินการสูงสุด
ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. ย้ำว่า กฏหมายปัจจุบัน ป.ป.ช. มีกรอบเวลาให้ดำเนินคดี 2 ปี และไม่เกิน 3 ปี ยกเว้นคดีระหว่างประเทศ หรือ ที่เราเรียกว่า สินบนข้ามชาติ เนื่องด้วยขั้นตอนการเก็บหาหลักฐาน และการสืบพยานในต่างประเทศซับซ้อน จึงสามารถยืดเวลาได้
เผยขั้นตอนการสืบเส้นทางการเงินระหว่างประเทศ
ในประเด็นติดสินบนข้ามชาติ เมื่อมีการเปิดบัญชีการเงินข้ามประเทศ สิ่งที่สามารถดำเนินการทันทีคือ ตามหาเส้นทางการเงิน โดยประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อเข้าถึงกระบวนการของคดีความ ก่อนตามหาพยานหลักฐานที่นำไปสู่การสืบสวนอย่างเป็นทางการ (Formal Channel) โดยใช้ผ่าน พ.ร.บ. ความร่วมมือระหว่างประเทศตามกฎหมายอาญา ผ่านทางอัยการสูงสุดที่เป็นผู้ประสานงานกลางไปสู่อีกประเทศหนึ่ง
“กระบวนการดังกล่าวเป็นหน้าที่หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายในแต่ละประเทศ ซึ่งใช้ระยะเวลารวบรวมหลักฐานตามกระบวนกลับมาให้ประเทศต้นทาง ในกระบวนการส่งออก และนำเข้าเอกสารหลักฐานใช้ระยะเวลาดำเนินการถึงปี เนื่องด้วยสำนวนที่ ป.ป.ช. ได้รับ ทั้งข้อมูลและพยานหลักฐานต้องครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อเข้าสู่สำนวนในการที่จะใช้ในการเสนอต่อศาล”
คู่มือ 8 ประการอาวุธต่อสู้คอร์รัปชันสินบนข้ามชาติ
การทุจริตข้ามชาติถือเป็นความเสียหายร้ายแรงระดับโลก บทลงโทษของแต่ละประเทศก็แตกต่างกัน ซึ่งในประเทศไทย ได้มีการแก้ไขกฎหมาย ในมาตรา 176 ตั้งแต่ปี 2558 ในประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องของการป้องกันนิติบุคคล หรือเอกชน ที่มีส่วนร่วมในโครงการของรัฐ เพื่อดำเนินการควบคุมกระบวนการภายในที่อาจก่อให้เกิดพฤติการณ์ให้สินบน ประเทศไทย มีคู่มือสำหรับป้องกัน เรียกว่า “คู่มือ 8 ประการ” เพื่อให้บริษัทต่างๆ สามารถใช้เป็นมาตราฐานในการควบคุมบริหารระดับนโยบาย กำกับระบบบัญชีป้องกันการเบิกจ่ายที่ผิดปกติ ป้องกันระบบจ่ายหัวคิว รวมถึงอบรมเจ้าหน้าที่เพื่ออุดช่องโหว่ด้านกฎหมาย และเพิ่มช่องทางการร้องเรียนที่เรียกว่า “Whistle Blower”
เปิดตัวเลขค่าปรับคดีสินบนข้ามชาติ
ยกตัวอย่างจากคดี บริษัทแอร์บัสที่ถูกกล่าวหาว่ามีการเสนอเงินสินบน เป็นมูลค่ากว่า 16.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 523,387,200 บาท ผ่านบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศบรูไน ก่อนพบว่าบริษัทแอร์บัสนั้นมีความผิดฐานเรียกรับสินบนเพื่อแลกกับข้อตกลงการจัดซื้อเครื่องบิน
ปัจจุบัน บริษัทแอร์บัส ถูกปรับไปถึง 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 56,630,400.00 บาท (ค่าเงินบาท ณ วันที่ 16 ส.ค. 65) และอีกคดีสินบนของบริษัทซีเมนต์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ พบว่ามีการจัดซื้อที่ไม่เป็นกลาง พร้อมทั้งมีการรับสินบนจากเจ้าหน้าที่มาเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 2547-2560
ปัจจุบัน บริษัทซีเมนต์ได้ถูกปรับไปถึง 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 56,622,400.00 บาท (ค่าเงินบาท ณ วันที่ 16 ส.ค. 65) นิติพันธุ์ ย้ำว่า “โทษปรับทางการเงินถือว่าตรงเป้าในการที่จะแก้ไขปัญหาทุจริตสินบน”
รุกหมัดเด็ดในการแก้ไขปัญหาสินบนข้ามชาติ
เมื่อมูลค่าการปรับที่มีมูลค่ามหาศาล ทำให้นำมาสู่การแก้ไขกฎหมายของประเทศไทย ที่เรียกว่ารุกหมัดเด็ดในการแก้ไขปัญหาสินบนข้ามชาติ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวเรียกว่า ชะลอการไต่สวน ยอมรับ และเสียค่าปรับ ในส่วนของการชะลอการไต่สวนนั้น นอกจากจะเพื่อให้ได้สืบหาข้อเท็จจริงจากเอกชนแล้ว ยังเป็นการให้เวลาต่อการดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการไต่สวนคดีข้ามชาติใช้ระยะเวลานาน ตามค่าเฉลี่ยคือ 7 ปี เมื่อได้ข้อสรุป ผู้กระทำผิดจะถูกจำคุก ขณะที่ บริษัทเอกชน ไม่ได้รับผลกระทบ ความคืบหน้าล่าสุด ในกรณีของโทษปรับทางการเงินนำไปสู่การเยียวยารัฐ ด้านบริษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งส่วนนี้เนี่ยประเทศไทยอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฃ
คุณนิติพันธุ์ ระบุว่า บริษัทเอกชนข้ามชาติ และกลุ่มบริษัทเอกชนในไทย กว่า 500 บริษัท ต่างตื่นตัวกับ โครงการ CAC ซึ่งเป็นแนวร่วมการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อควบคุมมาตราการภายในป้องกันการจ่ายสินบน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันบริษัทเอกชนไม่มีความต้องการจะจ่ายสินบน เพราะส่งผลกระทบต่องบประมาณของแต่ละบริษัท
นอกจากนี้ ด้านการกำกับดูแลที่ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการ คือการเน้นเรื่องการป้องกัน จัดตั้งศูนย์ ให้คำปรึกษาสำหรับนิติบุคคล เพื่อต่อต้านการให้สินบน รวมถึง การมีกฎหมาย เครื่องมือ และกลไก เพื่อเป็นองค์ความรู้
“ ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการแก้ไขกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง กรณีนี้จะทำให้ประเทศไทยสามารถที่จะเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนได้ ซึ่งทำให้ไทยมีมาตรฐานสากล บริษัทเอกชนของประเทศไทยต่างๆ ควรที่จะพิจารณาที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ “
สามารถติดตามฉบับเต็มได้ในรายการ เรื่องใหญ่วันนี้