บทสนทนา ที่หัวหน้าพนักงาน กทม.พยายามอธิบายเหตุผลที่ไม่สามารถให้พนักงานผู้ร้องเรียนไปทำตำแหน่งพนักงานขับรถขยะคันใหญ่ได้ โดยอ้างว่า เป็นเพราะปรับระบบใหม่ ทำให้คนที่สอบได้ตำแหน่งต่างๆไม่สามารถไปอยู่ในตำแหน่งที่สอบได้ทันที
คลิปดังกล่าว เป็นหนึ่งในคลิปเสียงที่พนักงานกทม.รายหนึ่ง เก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังอ้างว่า ตนเองนั้นถูกเรียกเงินแลกกับตำแหน่งคนขับรถขยะคันใหญ่ แบบอัตราจ้าง จึงยอมจ่ายเงิน 8 หมื่น เพราะมองว่า มีโอกาสก้าวหน้าได้บรรจุเร็วกว่า และมีรายได้ดีกว่ารถขยะคันเล็กจากการขายขยะรีไซเคิล
แต่สุดท้ายเมื่อไม่ได้ตำแหน่งดังกล่าว จึงทวงคืนมา 5 หมื่นบาท ขณะที่เมื่อวาน ( 20 ก.พ.) หัวหน้าพนักงานรายนี้ชี้แจงยืนยันว่าไม่เคยเรียกเก็บเงิน แต่อีกฝ่ายเป็นคนเสนอเอง
ขณะเดียวกันทีมข่าวได้ข้อมูลว่า นอกจากประเด็นส่วยตำแหน่งคนขับรถขยะแล้ว มีข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า พนักงานเก็บขยะจะถูกบุคคลกลุ่มหนึ่งเรียกเก็บส่วยรายเดือน ที่เรียกว่าค่าน้ำด้วย ประมาณ เดือนละ 500 บาท ซึ่งแหล่งข่าวอ้างว่า จ่ายไปเพื่อแลกกับความสะดวกในการทำงาน และไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าออกมาแฉเรื่องนี้เพราะกลัวมีปัญหากับงาน
หลังทีมข่าวนำเสนอข่าวนี้ออกไป ก็มีคนมาแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า พบเห็นความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับงานส่วนเก็บขยะหลายส่วน เช่น บางคนบอกว่า เคยถูกเรียกเก็บเงินเพื่อแลกกับการเก็บขยะในหมู่บ้าน และปกติหากมีการเก็บขยะจากอาคารขนาดใหญ่ก็จะถูกเรียกเก็บเงินค่าชักลากขยะ เดือนละ 1 พันบาท และระบุว่าในสำนักงานเขตต่างๆมีช่องทางทุจริตมากมาย เช่นกรณีนำรถดูดส้วมของ กทม.ไปใช้ แต่เงินที่จ่ายกลับไปตกอยู่ที่คนรับงาน
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าได้รับรายงานกรณีการร้องเรียนของพนักงานขับรถขยะแล้ว พร้อมสั่งการให้ทางปลัดกรุงเทพมหานคร ดำเนินการสอบสวน ผู้บริหารที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการเรียกรับค่าตำแหน่ง และส่วนตัวเชื่อว่าต้องมีบุคคลที่สูงกว่าอยู่เบื้องหลัง ซึ่งต้องมีการมีขยายขอบเขตการสอบสวนด้วย
นายชัชชาติ ยืนยัน ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รับยอมรับไม่ได้ เพราะการเรียกรับเงินค่าส่วยตำแหน่ง อาจเป็นการบั่นทอนจิตใจผู้ปฏิบัติงานที่ตั้งใจทำงานและมีความสามารถได้
ส่วนประเด็นที่หัวหน้าพนักงานที่ถูกร้องเรียนพูดถึงปัญหาเรื่องการสอบแล้วไม่ได้บรรจุในตำแหน่งทันทีเพราะเพิ่งมีการปรับระบบนั้น นายชัชชาติบอกว่าขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน
ขณะที่ นายเฉลิมพล โชตินุชิต ในฐานะรองปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุถึงกรณีนี้ว่า การสอบสวนอาจใช้เวลา 7 ถึง 15 วัน หากพบว่ามีการเรียกรับส่วย จะดำเนินการ ในสองส่วน คือ1) ความผิดทางอาญา และ 2) ทางวินัย ซึ่งได้ย้ายหัวหน้างานที่ถูกอ้างว่าเรียกรับค่าตำแหน่งเข้ามาปฏิบัติงานในส่วนกลางก่อน เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ากระทำผิดจริงก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดให้ออกจากราชการทันที
เมื่อถามว่าหากพนักงานคนดังกล่าวเสนอเงินเองเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งจะผิดด้วยหรือไม่ นายเฉลิมพล ระบุว่า มีกฎหมายของ ป.ป.ท. ที่จะคุ้มครองพยานในการเปิดเผยข้อเท็จจริง และเชื่อว่าพนักงานคนดังกล่าว อาจมีความเชื่อว่า ต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมที่สืบต่อกันมาว่า การที่จะเลื่อนตำแหน่งจะต้องมีการจ่ายเงินให้กับผู้บังคับบัญชา