ย้อนคดีสำคัญ“ทักษิณ” ชนักปักหลัง! ที่ยังต้องรับโทษหลังกลับไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนคดี 4 สำคัญ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาแล้ว! "ชนักปักหลัง" ที่ยังต้องรับโทษกว่า 10 ปี หลังกลับไทย

จากกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวว่า นายทักษิณจะกลับมาแล้ว วันที่ 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามบินดอนเมือง

ทั้งนี้สำหรับ นายทักษิณ มีคดีที่ถูกพิพากษาไปแล้ว 4 คดี มีโทษจำคุกรวม 12 ปี หากกลับเข้าประเทศไทย จะมีโทษถูกจำคุกทันที แต่เนื่องจากในปัจจุบัน 1 ใน 4 คดีหมดอายุความแล้ว  ทำให้เหลือเพียง 3 คดี และโทษจำคุกเหลือ 10 ปี ประกอบด้วย

แฉไทม์ไลน์ “ทักษิณ” เชื่อมโยงการเมือง ก่อนมีข่าวกลับไทย!

คดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก หรือ “คดีที่ดินรัชดา” ซึ่งมีการกล่าวหา คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนายทักษิณ ซื้อที่ดินจำนวน 33 ไร่ 78 ตร.ว. ราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2551 ให้จำคุกนายทักษิณ 2 ปี และยกฟ้องคุณหญิงพจมาน ทั้งนี้ปัจจุบันคดีดังกล่าวหมดอายุความแล้ว

คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว หรือ “คดีหวยบนดิน” ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ให้จำคุกนายทักษิณ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

คดีสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) อนุมัติเงินกู้สินเชื่อ 4,000 ล้านบาท แก่รัฐบาลสหภาพพม่า หรือ “คดี Exim Bank” ซึ่งศาลเห็นว่า นายทักษิณ สั่งการให้ Exim Bank อนุมัติเงินกู้ดังกล่าว ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน เพื่อให้นำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้ในการซื้อสินค้า และบริการของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น

โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ให้จำคุกนายทักษิณ 3 ปี ไม่รอลงอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม)

คดีให้บุคคลอื่น(นอมินี)ถือหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นคู่สัญญาต่อหน่วยงานของรัฐ และเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นในกิจการโทรคมนาคม

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563  รวมโทษ จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา แบ่งเป็น ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำคุก 2 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการเข้ามามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น จำคุก 3 ปี

อย่างไรก็ตามสำหรับ การเข้าสู่กระบวนการหรือการถูกจำคุก ก่อนขอพระราชทานอภัยโทษนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยให้ความเห็นไว้ว่า ไม่ได้มีการกำหนดว่าการถูกจำคุกต้องกี่วันถึงจะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ซึ่งถูกจำคุก 1 วัน ก็ขออภัยโทษได้ ส่วนจะโปรดเกล้าฯ พระราชทานหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ