ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 26 ก.ค. 2567) คนในครอบครัวชินวัตร ทยอยเดินทางเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อร่วมทำบุญในวันคล้ายวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการจัดทำเสื้อขึ้นเป็นพิเศษในวันนี้ด้วย เป็นเสื้อสีขาว มีข้อความที่หน้าอก เป็นตัวเลข 75 ซึ่งเป็นอายุของนายทักษิณ พร้อมข้อความ No place like home” โดยผู้ที่เดินทางมาร่วมงานส่วนใหญ่จะแต่งตัวโทนเดียวกัน คือสวมเสื้อสีขาวและกางเกงโทนสีน้ำตาล หรือ ครีม
โดยในช่วง 06.05 น. มีรถตู้ส่วนตัวของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลูกสาวคนเล็กนายทักษิณ เดินทางเข้ามาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า
จากนั้นเวลา 08.50 น. รถ Mercedes Benz อเนกประสงค์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 4ขท2566 กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นรถประจำตัวของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยานายทักษิณ ได้เดินทางมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า
ส่วนบรรดานักการเมือง บุคคลใกล้ชิดใกล้ชิด ทั้งที่เป็นรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยบางส่วน เริ่มทยอยเดินทางมาที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกระทรวงคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินและสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล นายนพดล ปัทมะ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นต้น ซึ่งบรรยากาศเริ่มคึกคักตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นมา
สำหรับเมนูอาหารมาจากหลายร้านดัง นำมาจัดบูธภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า อาทิ ก๋วยจั๊บ ขนมจีนแกงเขียวหวาน ส้มตำไก่ย่าง เป็นต้น โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีรถจากโรงแรม SC ปาร์ค ขับเข้ามาภายในบ้าน ก่อนที่เวลา 11.15 น. นายชุมพล แจ้งไพร หรือ เชฟชุมพล ประธานอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร จะเดินทางมาถึง พร้อมเปิดเผยสั้นๆว่า วันนี้ได้ทำอาหารมาให้จำนวน 3 เมนู หนึ่งในนั้นเป็น เมนูไข่พะโล้
ทั้งนี้ การทำบุญวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ รวมถึงการรับประทานอาหารกลางวันกับบุคคลใกล้ชิดไม่ได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า เนื่องจาก การจัดงานแบบภายในและต้องเป็นผู้ที่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าเท่านั้น โดยสื่อมวลชนได้เกาะติดบรรยากาศอยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน
รถไฟความเร็วสูงฝรั่งเศสหยุดชะงัก จากเหตุที่คาดว่าเป็น “การก่อวินาศกรรม”