คดีสำคัญที่ถูกพูดถึงในวันนี้แน่นอนว่าหนีไม่พ้น ‘คดีจำนำข้าว’ หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ร้อยละ 50 คิดเป็นเงิน 10,028 ล้านบาท เมื่อศาลปกครองมีคำสั่งออกมาเช่นนี้แล้ว จะส่งผลต่อทิศทางการเมืองอย่างไร คาดการณ์ว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะตัดสินใจอย่างไร หรือจะส่งผลต่อคดีหลักอย่างไรบ้าง
มองภาพใหญ่ปม ‘จำนำข้าว’
นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี พูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามที่ตนเอะใจตั้งแต่ที่ตนอ่านคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่ระบุว่านางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะมีคนรับผิดชอบแล้ว อย่างน้อยระบายข้าวแบบ G to G สร้างความเสียหายชัดเจน
ซึ่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกับศาลฎีกานักการเมืองไปด้วยกัน มีการเตือน มีการทุจริตเหมือนกัน รับรู้ปัญหาแล้วยังปล่อยปละละเลย ไม่ได้ใส่ใจเข้ามาดูแลปัญหานี้
นพ. วรงค์ กล่าวว่า ภาพใหญ่ของโครงการจำนำข้าว มีบริบทต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้นน้ำคือ ชาวนากับโรงสี ที่ชาวนาโดนโรงสีเอาเปรียบ ต่อมากลางน้ำ มีการนำข้าวเปลือกมาแปลงเป็นข้าวสาร จุดนี้ที่เอาข้าวสารมาเก็บในโกดังมีข้าวไม่ได้มาตรฐาน ข้าวเหลือง ข้าวเสื่อมคุณภาพ ข้าวผิดประเภทเข้ามาเยอะ
และปลายน้ำคือการระบายข้าว ที่เห็นได้จาก G to G ทั้งหมด 4 สัญญา ค่าความเสียหาย 2 หมื่นล้านเศษ ลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 10,028 ล้านบาท และถูกตัดสินจำคุก 5 ปีตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่านางสาวยิ่งลักษณ์อาจไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายนั้น นพ. วรงค์ กล่าวว่า คำกล่าวนี้เชื่อมโยงไปยังสิ่งที่ศาลไม่ได้พูดถึงอีกก้อนหนึ่งที่มีข้าวเสื่อมสภาพอยู่ในโกดัง ซึ่งศาลยกประโยชน์ตรงนี้ให้ ไม่แตะความเสียหาย 35,000 ล้านนี้แล้ว ถ้าไปอ่านคำพิพากษาจะรู้เลยว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน
‘ยิ่งลักษณ์’ อยากกลับบ้านต้องมาแบบปุถุชน ไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน
นพ. วรงค์ กล่าวว่า จากโพสต์ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่อ้างว่า ในเมื่อศาลฎีกา ศาลอาญายังไม่ตัดสิน ทำไมถึงมาออกคำสั่งทางปกครอง ทว่าคำสั่งทางปกครองดำเนินการได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอคำตัดสินของอาญา เนื่องจากรัฐเป็นผู้มีอำนาจ ดังนั้นเมื่อรัฐคิดไตร่ตรองแล้ว รัฐสามารถใช้อำนาจได้ แต่ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องขอความเป็นธรรมกับศาลปกครองชั้นต้นได้ ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์เองก็ดูดีใจ
ทว่าพอศาลกลับคำตัดสินออกมาว่าต้องรับผิดชอบ ส่วนตัวแฮปปีมากที่ศาลลดจาก 35,000 ล้าน เหลือ 10,028 ล้าน เพราะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ในการระบายข้าวในส่วนความผิดของนางสาวยิ่งลักษณ์จริง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์แถลงมานั้นฟังไม่ขึ้น
ส่วนประเด็นที่ว่าเอาข้าวดีไปขายข้าวเน่า และภาพนั่งร้านที่ซุกในกองข้าวนั้น นพ. วรงค์ กล่าวว่า เป็นการทุจริตกลางน้ำ บางครั้งข้าวที่เข้าไปอยู่ในโกดังเป็นข้าวเหลือง ข้าวเสื่อมสภาพ ซึ่งเกิดขึ้นจริง เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วบางอย่างก็จำเป็นต้องขายเหมาออกไป เพราะของเสื่อมสภาพมาก ปล่อยไว้ก็เกิดปัญหา แต่ประเด็นคือพวกคุณปล่อยให้เกิดการทุจริตในขั้นตอนนี้เยอะ การระบายข้าวในขั้นตอนนี้จึงมีปัญหา
นพ. วรงค์ กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์มีสิทธิ์กลับบ้านทันที แม้ในคืนนี้ แต่ต้องกลับมาในฐานะปุถุชนที่เคารพกฎหมายของประเทศ ถ้ากลับมาแล้วเข้าคุกเหมือนคนอื่น ๆ อย่าง เสก โลโซ หรือคนอื่น ๆ กลับมาได้ทันที เพราะฉะนั้นการพยายามตั้งคำถามที่ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์จะกลับบ้านได้ไหมนั้น แสดงว่าเป็นความต้องการกลับบ้านแบบอภิสิทธิ์ชน หากต้องการแบบนี้ส่วนตัวมองว่ากลับไม่ได้แล้ว
นพ. วรงค์ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่า คดีชั้น 14 เป็นกรณีของอภิสิทธิ์ชนที่ถูกตีแผ่ต่อสังคมชัดเจน เพราะฉะนั้นการที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ มาเจอคดีนี้ ความรู้สึกความเชื่อมั่นจะยิ่งทำให้รู้สึกว่าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประชาธิปไตยต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีอภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย