นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ รทสช. เปิดเผยถึงกรณีกระแสความขัดแย้งภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า เรื่องนี้ต้องไปพูดคุยกัน ตอนนี้ในพรรค และ สส. ส่วนใหญ่ก็มีการพูดคุยกันตลอดเวลา คิดว่าปัญหาทุกอย่างสามารถพูดคุยกันได้ ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้นหรือแตกหักกัน นายเอกนัฏ ระบุว่า ยังอยู่กันอย่างเหนียวแน่น
ล่าสุดเห็นมีภาพถ่ายนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะสมาชิกพรรค ไปร่วมทานข้าวกับ สส. ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ เรื่องนี้มี สส. มาพูดคุยกับตนแล้วว่าเป็นการไปทานข้าวร่วมกันตามปกติ รวมถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการปล่อยข่าวว่ามีบุคคลที่ประสงค์จะย้ายพรรคซึ่งหลายคนก็ออกมาปฏิเสธ ก็คิดว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน ซึ่งตนเองก็มี สส. มาร่วมทานข้าวด้วยกันตลอดแต่ไม่ได้ถ่ายรูปภาพไว้ และคิดว่ามีทุกพรรคการเมืองซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่อาจมีสิ่งที่คาใจกันบ้าง แต่เราก็เปิดรับฟังอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถูกกดดันให้ออกจากตำแหน่งนั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่อยู่ตำแหน่งสูงและจะถูกกดดัน เพราะในการทำงานหลายครั้งต้องประสบกับความท้าทาย ขนาดตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไปลงพื้นที่ปฏิบัติงานจับเหล็กจับปูน ยังมีข่าวว่าไปลงขันกัน ทั้งนี้ตนเชื่อว่านายนายพีระพันธ์ุเจอปัญหาแต่ไม่พูด เพราะเป็นคนสู้งานอย่างเดียวและเชื่อว่าชี้แจงได้หมด จากการที่ได้พูดคุยกันก็พบว่านายพีระพันธ์ุพร้อมจะชี้แจงกับ ปปช. และหน่วยงานอื่นๆที่โดนร้องเรียน
เมื่อถามถึงกรณีตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่อาจจะถูกปรับ ครม. นั้น นายเอกนัฏ ระบุว่า ตอนนี้ก็ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ ตราบใดที่ยังอยู่ตรงนี้ก็ยังทำงานเต็มที่ อย่างที่บอกอำนาจการปรับคณะรัฐมนตรี เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในเวลานี้ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนอนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต
เมื่อถามต่อว่า มีการส่งสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสออกมาอย่างต่อเนื่อง นายเอกนัฏ มองว่า ไม่ว่าจะเป็นตนหรือพีระพันธ์ุ ก็ยังไม่ได้รับสัญญาณใดใด ว่าจะมีการปรับ ครม. หรืออะไร ที่ผ่านมา ตนยืนยันว่า ได้ปฏิบัติงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดี ทุกนโยบายที่นำไปปฏิบัตินายกรัฐมนตรีก็ให้การสนับสนุน ในเรื่องการทำงานเราก็ทำงานร่วมกันอย่างดีมาโดยตลอดไม่มีปัญหาอะไร เป็นไปด้วยความราบรื่น
เมื่อถามถึงข้อบังคับของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการพ้นสมาชิกภาพนั้น กรณีนี้หมายถึงนายสุชาติหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า การ
แก้ไขข้อบังคับของพรรคมีการแก้ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพราะมีการประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งเท่าที่ตนเข้าใจเป็นการปรับแก้ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพราะตั้งแต่การจัดตั้งพรรคขึ้นมา บางข้อบังคับยังดูหละหลวมอยู่ ดังนั้น ไม่ใช่การแก้เพราะร่วงรู้เรื่องอะไร
เมื่อถามว่า เหมือนเป็นการขู่อีกฝั่งหนึ่งหรือไม่ นายเอกนัฏ ย้ำว่า การแก้ไขข้อบังคับของพรรค มีการแก้ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ไม่ใช่แก้เมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ไม่มีนัยยะอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งการประชุมใหญ่ของพรรคทุกปีมีการแก้ไขข้อบังคับอยู่แล้ว
เมื่อถามต่อว่า ได้เคลียร์ใจกับนายสุชาติแล้วหรือยัง นายเอกนัฏ ระบุว่า ยัง และไม่แน่ เผื่อวันนี้จะได้เจอกัน